ส.นายหน้าอสังหาฯเดินหน้าคืนชีพตลาดบ้านมือสอง

28 ม.ค. 2557

ส.นายหน้าอสังหาฯ หวั่นพิษการเมืองยืดเยื้อฉุดธุรกิจครึ่งปีแรก แนะนายหน้าทำงานหนักหลังดีมานด์บ้านมือสองแต่ละปีมีอยู่เพียง 25% ของจำนวนบ้านมือสองทั้งตลาด เตรียมเดินหน้าเรียกร้องให้ภาครัฐมีมาตรการถาวรในการสนับสนุนธุรกิจบ้านมือสอง
 
นายแพทย์สมศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ของตลาดบ้านมือสองว่า ในปีที่ผ่านมาตลาดบ้านมือสองมีอัตราการเติบโต 10-15 % แต่ในช่วงปลายปีนั้นตลาดได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมืองบ้างเล็กน้อย เนื่องจากผู้ซื้อไม่มั่นใจสถานการณ์การเมืองจึงชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย  
 
สำหรับแนวโน้มของตลาดในช่วงปี 2557 นั้นยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ขึ้นอยู่กับการแก้ไขปัญหาการเมืองว่าจะคลี่คลายไปในทิศทางใด หากสถานการณ์ยืดเยื้อเชื่อว่าจะส่งผลต่อตลาดอสังหาฯ มือสองอย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการบริโภค และหากเกิดเหตุการณ์รุนแรงจะส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศ
 
“เมื่อเศรษฐกิจของประเทศชะลอตัวจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย คาดว่าปัญหาทางการเมืองน่าจะทำให้ตลาดบ้านมือสองในช่วงไตรมาส 1-2 ของปีนี้จะไม่ดีดังเช่นปีที่ผ่านมา ดังนั้น ผู้ประกอบการธุรกิจบ้านมือสองจะต้องทำงานหนักขึ้นกว่าสถานการณ์ปกติ เนื่องจากหากเปรียบเทียบจำนวนบ้านมือสองในตลาดและความต้องการซื้อนั้นยังมีความแตกต่างกันสูงมาก เพราะในตลาดมีสินค้าประมาณ 300,000-350,000 ยูนิต แต่มีความต้องการซื้อประมาณ 25% หรือประมาณ 70,000-80,000 หน่วยต่อปี” นายแพทย์สมศักดิ์กล่าว 
 
นายกฯ สมาคมนายหน้าฯ กล่าวเพิ่มเติมว่าตลาดบ้านมือสองนั้นมีการแข่งขันดุเดือดไม่แพ้อสังหาฯ มือหนึ่ง  นอกจากบ้านประเภทต่างๆ ที่ประกาศขายแล้ว ยังมีทรัพย์จากกรมบังคับคดีและจากสถานบันการเงิน ในขณะเดียวกันในตลาดมีนายหน้าทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลจำนวนมาก เนื่องจากเป็นอาชีพที่เข้ามาทำง่ายไม่มีกฎหมายควบคุมเหมือนกับธุรกิจอื่น และในอนาคตจะมีนายหน้าจากกลุ่มประเทศอาเซียนมาร่วมวงแข่งขันอีก โดยในปัจจุบันเริ่มมีนายหน้าต่างชาติเข้ามาทำงานในเมืองไทย โดยเฉพาะย่านถนนสุขุมวิทและเมืองท่องเที่ยวต่างๆ เช่น พัทยา ภูเก็ต สมุย เชียงใหม่ และหัวหิน เป็นต้น 
 
“เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีพระราชบัญญัตินายหน้าอสังหาริมทรัพย์ประกาศใช้ สมาคมนายหน้าฯ จึงต้องมีบทบาทในการควบคุมการทำงานของสมาชิกที่เป็นองค์กรให้ปฏิบัติงานภายใต้จรรยาบรรณ ทั้งยังทำหน้าที่ช่วยปกป้องผู้ใช้บริการไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขายให้ได้รับความเป็นธรรม และเป็นองค์กรที่ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนได้หากได้รับความเสียหาย เนื่องจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีก 1 ปีข้างหน้า สมาคมฯ เล็งเห็นว่าถ้านายหน้าอสังหาฯ มีพระราชบัญญัติออกมาดูแลและควบคุม จะทำให้เกิดความน่าเชื่อถือในสายตาของประชาชนผู้ใช้บริการ ซึ่งจะช่วยให้ปริมาณบ้านมือสองที่จะขายผ่านนายหน้าฯ มีมากขึ้น และเชื่อว่าจะกระตุ้นให้เจ้าของทรัพย์สินที่ทิ้งไว้อย่างเปล่าประโยชน์ถูกนำมาขาย ซึ่งจะช่วยลดแหล่งเสื่อมโทรมซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาอาชญากรรม ที่สำคัญจะทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจโดยรวม”
 
“นอกจากนี้สมาคมฯ มีความพยายามจะเรียกร้องให้ภาครัฐมีมาตรการถาวรในการสนับสนุนบ้านมือสองไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษี หรือเรื่องค่าธรรมเนียมการโอน เพื่อทำให้เกิดการซื้อขายบ้านมือสองและช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น”  นายแพทย์สมศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
เขียนความเห็น