ในปี 2560 ถือเป็นปีที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีจำนวนที่อยู่อาศัยใหม่ทั้งในภาพรวม และแยกตามประเภทที่อยู่อาศัย “คงที่” หลังจาก 5 ปีที่ผ่านมามีจำนวนที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการที่อยู่อาศัยลดลง ในขณะที่อุปทานไม่ได้ลดลง ทำให้อัตราการขายลดลงเหลือประมาณ 26% จากในปี 2559 ที่อยู่ที่ประมาณ 36% โดยศูนย์วิจัยศุภาลัย มองว่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากที่ดินดิบที่จะใช้ในการพัฒนาโครงการเริ่มหายาก และราคาที่อยู่อาศัยขึ้นเร็วกว่ากำลังซื้อของผู้บริโภค
โครงการขายได้ใหม่ลดลง เหลือ 8 หมื่นหน่วย
จำนวนที่อยู่อาศัยที่ขายได้ใหม่ในปี 2560 ลดลงจากจำนวนโดยรวม 90,000-100,000 หน่วยในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา เหลือประมาณ 80,000 หน่วยเท่านั้น ซึ่งเท่ากับปี 2554 ที่มีน้ำท่วมครั้งใหญ่ สาเหตุมาจากราคาที่อยู่อาศัยสูงขึ้นเร็วกว่ากำลังซื้อของผู้บริโภค และผู้บริโภคซื้อที่อยู่อาศัยจนเต็มตามจำนวนที่ต้องการแล้ว
เมื่อพิจารณาแนวโน้มราคาที่อยู่อาศัยโดยรวมแล้ว จะพบว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ที่อยู่อาศัยมีราคาสูงขึ้นเฉลี่ยปีละ 5% ในขณะที่จีดีพีมีอัตราการขยายตัวต่ำกว่า 5% จึงทำให้รายได้ของผู้บริโภคตั้งแต่คนชั้นกลางลงไปเติบโตตามไม่ทัน ส่วนสถิติของจำนวนครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นตัวชี้ความต้องการที่อยู่อาศัยนั้น มีจำนวนเพิ่มขึ้น 1.1 ล้านครัวเรือน ในช่วงปี 2543-2553 หรือเฉลี่ย 100,000 ครัวเรือน/ปี แต่เมื่อเปรียบเทียบกับที่อยู่อาศัยใหม่ที่มีการซื้อในช่วงเดียวกันแล้วจะพบว่า มีจำนวนเพียงประมาณ 60,000 หน่วย เมื่อย้อนกลับไปดูจำนวนที่อยู่อาศัยใหม่ที่ขายในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ระหว่างปี 2555-2559 พบว่า มีค่าเฉลี่ย 105,000 หน่วย/ปี
แสดงให้เห็นว่า การซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ของผู้บริโภคในช่วงกว่า 5 ปีที่ผ่านมา สูงเกินกว่าระดับความต้องการตามปัจจัยพื้นฐาน ดังนั้น จำนวนที่อยู่อาศัยใหม่ที่ขายได้ลดลงในระดับที่ถือเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำในรอบกว่า 5 ปี จะเป็นการปรับตัวเข้าสู่ปัจจัยพื้นฐาน
บ้านเดี่ยว รูปแบบที่อยู่อาศัยที่ไร้อนาคต
เมื่อพิจารณาไปในรายละเอียดของที่อยู่อาศัยแต่ละประเภทแล้ว จะพบว่า “บ้านเดี่ยว” เป็นที่อยู่อาศัยประเภทที่ “ไม่มีอนาคต” สาเหตุส่วนหนึ่งนอกจากแนวโน้มจำนวนที่อยู่อาศัยโดยรวมที่เสนอขายในตลาด และจำนวนที่อยู่อาศัยใหม่ที่ขายได้ ลดลงอย่างช้า ๆ มาเกือบ 10 ปีแล้ว คือ รัฐบาลไม่มีโครงการก่อสร้างทางด่วนสายใหญ่ ระยะทางไกล ๆ เลย ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นปัจจัยลบอย่างยิ่งต่ออุปทานของที่ดินดิบที่จะใช้ทำโครงการบ้านเดี่ยว ทั้งนี้ ทำเลพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวขนาดใหญ่ที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน ได้แก่ ที่ดินฝั่งด้านในของโครงการวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก และใต้ ดังนั้นการเปิดแหล่งอุปทานที่ดินดิบจะต้องมาจากการต่อทางด่วนออกไป เช่น สายสระบุรี สายอุดรรัถยา และสายธนบุรี-ปากท่อ สำหรับอุปทานของทาวน์เฮ้าส์ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าที่เริ่มเข้ามาทดแทนบ้านเดี่ยวยังไม่น่าห่วงนัก แต่ในอนาคตคาดว่าจะซ้ำรอยบ้านเดี่ยวจากราคาที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
คาดปี 61 ขายได้ 8 หมื่นหน่วย ไร้เงาโอเวอร์ซัพพลาย
ความต้องการที่อยู่อาศัยในปี 2561 คาดว่าจะอยู่ที่ 80,000 หน่วย จากภาวะตลาดที่ผู้บริโภคเริ่มกลับเข้าสู่ปัจจัยพื้นฐาน และการสนับสนุนของความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มขยายตัวต่อไปในระดับ 3-4% ต่อปี ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคไม่ลดลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งอัตราการขายที่ไม่ต่ำกว่า 25% ต่อปี ซึ่งไม่ถือว่าเป็นภาวะที่จะทำให้ผู้ประกอบการเกิดความเสียหาย หรือกลายเป็นภาวะโอเวอร์ซัพพลาย
อัพเดท ข่าวอสังหาริมทรัพย์ สดใหม่ทุกวัน พร้อมส่งตรงถึงอีเมล์ของคุณฟรี สมัครได้ที่นี่ หรือหากคุณกำลังมองหาบ้านคอนโด ก็สามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน
