อสังหาฯ ปี 64 ผู้ประกอบการรุกตลาด ชูกลยุทธ์เน้นความต่าง สร้างมิติใหม่วงการอสังหาฯ ดันแบรนด์หลัก หวังตอบโจทย์ทุกกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์ต่างกัน
การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน นอกจากทำเลดี มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลาย และมีรูปแบบห้องที่ตรงกับความต้องการแล้ว ในปี 2564 หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกสอง ผู้ประกอบการต่างเดินหน้า เร่งวางกลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อรุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยมีหัวใจสำคัญ คือ กลยุทธ์ต่าง ๆ จะต้องตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของทุกกลุ่มลูกค้า ท่ามกลางวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนี้
1. Facilities for New Lifestyle หลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้คนส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับบ้านมากยิ่งขึ้น ทั้งทำงาน ทำกิจกรรม และพักผ่อน ดังนั้น พื้นที่ส่วนกลางภายในโครงการ นอกจากบรรยากาศที่สวยงามแล้ว ยังต้องรองรับการทำงานที่บ้าน (Work From Home) และการเรียนที่บ้าน ทั้งในรูปแบบ Co-working space, Library, Meeting Room, Living Lounge
2. Health Concern ปัจจุบันสุขภาพของผู้อยู่อาศัย กลายเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญ ในโครงการควรมีการจัดเตรียมอุปกรณ์ในการตรวจสุขภาพเบื้องต้น เช่น Tytocare อุปกรณ์ออนไลน์ที่แพทย์ใช้ตรวจทราบอาการของผู้ป่วยผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างเรียลไทม์ เครื่อง BMI ตรวจวัดค่าดัชนีมวลกาย เครื่อง AED กระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ เครื่องวัดความดันโลหิตชนิดสอดแขน รวมทั้งให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดทุกพื้นที่อย่างเข้มงวด
3. Innovation for Living นวัตกรรมเป็นอีกหนึ่งมิติของการอยู่อาศัย เพื่อให้เกิดทั้งความสุขและความสะดวกสบายในบ้านหรือคอนโด เช่น Bluetooth Sound System เพื่อการฟังเพลงในห้องพัก พื้นที่สำหรับกิจกรรม e-sports ไปจนถึงการใช้ออนไลน์แอปพลิเคชันต่าง ๆ
4. Strengthen Sustainability สร้างความยั่งยืนด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น มีการคัดแยกขยะ จัดการขยะอันตราย จัดทำพื้นที่วางถังขยะ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้อยู่อาศัย และยังเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อมร่วมกัน รวมถึงการจัดทำโครงการจิตอาสาต่าง ๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือในหลากหลายมิติ
บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หนึ่งในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจับตา แม้จะเผชิญความท้าทายในปี 2563 ที่ผ่านมา แต่กลับประสบความสำเร็จอย่างมากจากการเปิดตัวโครงการใหม่ โดยเฉพาะโครงการ โมดิซ ไรห์ม รามคำแหง, โมดิซ ลอนช์ และบ้านภูริปุรี คอร์ทยาร์ด พัฒนาการ รวมถึงโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ได้แก่ บ้านภูริปุรี ทาวน์โฮม ลาดพร้าว 41, แอทโมซ แจ้งวัฒนะ, แอทโมซ รัชดา – ห้วยขวาง และเคฟทาวน์ สเปซ โดยทุกโครงการตั้งอยู่ในทำเลดี ตอบโจทย์การอยู่อาศัยทั้งรูปแบบห้อง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทำให้บริษัทเติบโตจากปี 2562 ถึง 40%
ในปี 2564 บริษัทฯ ยังมุ่ง 4 กลยุทธ์สำคัญ ภายใต้แนวคิด “The NEXT Paradigm” เพื่อยังคงความสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต และมิติใหม่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ตามที่กล่าวไปข้างต้น พร้อมชูคอนโดมิเนียม 3 แบรนด์ ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” หรือ “We Build Happiness” ที่พัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ดังนี้
MODIZ (โมดิซ) แบรนด์คอนโดมิเนียมคนเมือง โดดเด่นหรูหราสไตล์โมเดิร์น เดินทางที่สะดวกสบายบนทำเลแนวรถไฟฟ้า สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ เพื่อให้ตอบรับกับทุกไลฟ์สไตล์ของคนเมือง
ATMOZ (แอทโมซ) แบรนด์คอนโดมิเนียมสไตล์ รีสอร์ท ออกแบบพื้นที่ส่วนกลาง สวน สระขนาดใหญ่ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลาย รองรับกลุ่มคนทำงานที่ต้องการการพักผ่อนควบคู่การอยู่อาศัย
KAVE (เคฟ) แบรนด์คอนโดมิเนียมใกล้สถานศึกษา (Campus Condo) เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ การออกแบบดีไซน์มีเอกลักษณ์ มาพร้อมพื้นที่ส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวก รองรับทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
ทั้ง 3 แบรนด์ถือเป็นแบรนด์หลักของบริษัทฯ ที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้า ซึ่งมาจากการวิเคราะห์ศักยภาพทำเลอย่างลึกซึ้ง เพื่อพัฒนาโครงการได้อย่างตรงจุดและตอบรับกับทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าอย่างแท้จริง ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://assetwise.co.th/
นอกจากนี้ The NEXT Paradigm ของแอสเซทไวส์ ยังเกิดจากที่บริษัทฯได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด ถือเป็นอีกก้าวสำคัญ ในการพัฒนาผลงานคุณภาพด้วยการดำเนินงานที่ได้มาตรฐานในระดับบริษัทมหาชน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งมั่นจะเชื่อมต่อความสุขของการอยู่อาศัยเพื่อให้เกิดความสุขอย่างยั่งยืน
สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า





