วิธีคิดภาษีเงินเดือน คำนวณภาษีอย่างไร เคยสงสัยไหมว่า เมื่อถึงเวลายื่นภาษี ทำไมหลายคนต้องเสียภาษีเพิ่ม แต่ก็มีบางคนกลับได้ภาษีคืน ทั้งที่เงินเดือนของคุณ บริษัทได้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว มาทำความเข้าใจวิธีคิดภาษีเงินเดือน และดูว่าบริษัทคำนวณภาษีที่หักไว้อย่างไรบ้าง
อ่านหัวข้อที่คุณสนใจ
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินเดือนของคุณ จะถูกบริษัทหักภาษีไว้
- ทำไมบริษัทต้องหัก ภาษี ณ ที่จ่าย เงินเดือนของคุณ
- เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี
- วิธีคิดภาษีเงินเดือน บริษัทคำนวณภาษีที่หักไว้อย่างไร
- ตัวอย่างการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินเดือนของคุณ ที่บริษัทหักภาษีไว้มากเกินไปทำอย่างไร
- ทำไมต้องจ่ายเงินภาษีเพิ่มจำนวนมาก
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินเดือนของคุณ จะถูกบริษัทหักภาษีไว้
ก่อนจะรู้วิธีคิดภาษีเงินเดือน ความจริงข้อหนึ่งที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนทราบดีจากความจริงที่ปรากฏอยู่บนสลิปเงินเดือนก็คือเงินเดือนที่จ่ายกับเงินเดือนสุทธิที่ได้รับนั้นไม่เท่ากัน
เงินเดือนที่จ่ายนั้นจะถูกหักสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็คือ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินเดือนของคุณ ที่บริษัทหักไว้ และบางคนอาจมีหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพิ่มเติมขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท
จากนั้นจึงจะเหลือเป็นเงินเดือนสุทธิ ที่โอนเข้าบัญชีเงินเดือนของพนักงานแต่ละคน
ทำไมบริษัทต้องหัก ภาษี ณ ที่จ่าย เงินเดือนของคุณ
ตามมาตรา 50 แห่งกฎหมายประมวลรัษฎากรกำหนดให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ต้องหักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมิน
เงินเดือนเท่าไหร่ต้องเสียภาษี
สำหรับพนักงานประจำที่มีรายได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว หากเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามกฎหมายไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่หากเกินจำนวนดังกล่าว จะต้องคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า
ทั้งนี้ การพิจารณาว่าต้องเสียภาษีหรือไม่ ไม่ได้ดูจากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึงรายได้ตลอดปี ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนภาษีที่มีสิทธิใช้ด้วย
ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีเงินเดือน 25,000 บาทต่อเดือน และมีรายได้เท่ากันตลอด 12 เดือน จะมีรายได้ทั้งปี 300,000 บาท เมื่อหักค่าใช้จ่าย 100,000 บาท ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท และเงินสมทบประกันสังคม 10,500 บาท จะเหลือเงินได้สุทธิ 129,500 บาท ซึ่งไม่เกินเกณฑ์ 150,000 บาท จึงไม่มีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ต้องชำระในตัวอย่างนี้
อย่างไรก็ตาม แม้ไม่มีภาษีที่ต้องชำระ ก็อาจยังมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
วิธีคิดภาษีเงินเดือน บริษัทคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายอย่างไร
วิธีคิดภาษีเงินเดือนที่บริษัทหัก ณ ที่จ่าย ไม่ใช่การนำเงินเดือนแต่ละเดือนมาคูณด้วยอัตราภาษีโดยตรง แต่บริษัทจะประมาณการรายได้ตลอดทั้งปี หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนตามกฎหมาย แล้วคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า ก่อนเฉลี่ยเป็นภาษีที่ต้องหักในแต่ละงวด
วิธีคำนวณภาษีเงินเดือนเบื้องต้น มี 4 ขั้นตอน ดังนี้
1. คำนวณรายได้ทั้งปี นำเงินเดือนคูณจำนวนเดือนที่ได้รับเงินเดือน และรวมรายได้อื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น โบนัส ตามหลักเกณฑ์การคำนวณภาษี
2. หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน สำหรับเงินเดือนสามารถหักค่าใช้จ่าย 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท รวมถึงค่าลดหย่อนส่วนตัว ประกันสังคม และรายการลดหย่อนอื่นที่เข้าเงื่อนไข
3. คำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า นำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามช่วงอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตั้งแต่ 0-35%
4. คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายรายเดือน นำภาษีที่คำนวณได้ทั้งปีมาหารด้วยจำนวนงวดจ่ายตามหลักเกณฑ์ เพื่อหาจำนวนภาษีที่ต้องหักจากเงินเดือนแต่ละงวด
ทั้งนี้ หากมีการปรับเงินเดือน ได้รับโบนัส หรือเริ่มงานระหว่างปี บริษัทอาจต้องปรับการคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้เหมาะสมกับรายได้และจำนวนงวดจ่ายจริง
ตัวอย่าง วิธีคิดภาษีเงินเดือน คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ซึ่งบริษัทหักไว้
หากพนักงานมีเงินเดือน 30,000 บาท และได้รับเงินเดือนเท่ากันตลอด 12 เดือน โดยไม่มีโบนัสหรือรายได้อื่น สามารถคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเงินเดือนสุทธิได้ดังนี้
1. คำนวณรายได้ตลอดทั้งปี
เงินเดือน 30,000 × 12 เดือน = 360,000 บาท
2. หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนภาษี
| รายการ | จำนวนเงิน |
|---|---|
| รายได้ตลอดปี | 360,000 บาท |
| หักค่าใช้จ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 บาท | 100,000 บาท |
| หักค่าลดหย่อนส่วนตัว | 60,000 บาท |
| หักเงินสมทบประกันสังคม 875 × 12 เดือน | 10,500 บาท |
| เงินได้สุทธิสำหรับคำนวณภาษี | 189,500 บาท |
3. คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
หลังจากที่ได้ เงินได้พึงประเมินสุทธิที่จะต้องนำไปคำนวณภาษีแล้ว วิธีคิดภาษีเงินเดือนจะต้องนำไปคำนวณตามอัตราก้าวหน้าของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ดังนี้
| เงินได้สุทธิต่อปี | อัตราภาษี |
|---|---|
| 0-150,000 บาท | ยกเว้นภาษี |
| 150,001-300,000 บาท | 5% |
| 300,001-500,000 บาท | 10% |
| 500,001-750,000 บาท | 15% |
| 750,001-1,000,000 บาท | 20% |
| 1,000,001-2,000,000 บาท | 25% |
| 2,000,001-5,000,000 บาท | 30% |
| มากกว่า 5,000,000 บาท | 35% |
หมายเหตุ: อัตราภาษีดังกล่าวเป็นการคิดแบบขั้นบันได หมายความว่า หากเงินได้สุทธิอยู่ในช่วงอัตราภาษี 10% ไม่ได้หมายความว่าเงินได้สุทธิทั้งหมดจะถูกนำไปคูณ 10% แต่จะคำนวณแยกตามแต่ละช่วงรายได้
ดังนั้น เงินได้สุทธิ 189,500 บาท คำนวณตามอัตราภาษีแบบขั้นบันได ดังนี้
- เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรก ได้รับยกเว้นภาษี
- เงินได้สุทธิส่วนที่เหลือ 39,500 บาท เสียภาษีในอัตรา 5%
ภาษีที่ต้องชำระทั้งปี = 39,500 × 5% = 1,975 บาท
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน = 1,975 ÷ 12 = ประมาณ 164.58 บาท
4. คำนวณเงินเดือนสุทธิหลังหักภาษี
เงินเดือนสุทธิ = เงินเดือน – เงินสมทบประกันสังคม – ภาษีหัก ณ ที่จ่าย
เงินเดือนสุทธิ = 30,000 – 875 – 164.58
เงินเดือนสุทธิประมาณ 28,960.42 บาทต่อเดือน
ตัวอย่างนี้เป็นการคำนวณเบื้องต้นสำหรับพนักงานที่มีรายได้ประจำเท่ากันตลอดปี และใช้เพียงค่าลดหย่อนส่วนตัวกับเงินสมทบประกันสังคม หากมีโบนัส รายได้เพิ่มเติม หรือค่าลดหย่อนอื่น จำนวนภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเงินเดือนสุทธิอาจแตกต่างออกไป ทั้งนี้ การหักภาษีจริงอาจมีการปรับเศษในงวดสุดท้ายของปี
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินเดือนของคุณ ที่บริษัทหักภาษีไว้มากเกินไปทำอย่างไร
เมื่อยื่นแบบแสดงภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.) แล้วบางคนได้คืนภาษีจำนวนมาก สาเหตุหนึ่งนั้นมาจากการที่บริษัทหักภาษี ณ ที่จ่าย เงินเดือนของคุณเอาไว้มากเกินไป จากการที่บริษัทไม่ทราบว่าพนักงานมีรายการลดหย่อนภาษีอื่น ๆ เช่น คู่สมรส บุตร ค่าอุปการะคนพิการ เบี้ยประกันสุขภาพ เบี้ยประกันชีวิต กองทุนต่าง ๆ ดอกเบี้ยเงินกู้อสังหาฯ
ทำให้เงินได้พึงประเมินของพนักงานที่บริษัทนำไปคำนวณภาษีที่ต้องหักไว้มีสูง และหักภาษีแก่พนักงานเอาไว้มาก แต่พนักงานก็สามารถแจ้งข้อมูลการลดหย่อนต่าง ๆ ที่พนักงานมีอยู่แก่บริษัทได้โดยการกรอกแบบแจ้งรายการเพื่อการหักลดหย่อน (ล.ย.01)

ลย.01 คืออะไร
ลย.01 คืออะไร ดีอย่างไร มนุษย์เงินเดือนต้องรู้ รับภาษีคืนทุกเดือน
ทำไมต้องจ่ายเงินภาษีเพิ่มจำนวนมาก
กรณีนี้ตรงข้ามกับประเด็นก่อนหน้าคือบริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้น้อยเกินไป ซึ่งมักเกิดขึ้นกับผู้ที่ย้ายงานในช่วงปีภาษี
โดยที่ทำงานแห่งที่ 2 จะมีวิธีคิดภาษีเงินเดือน โดยประเมินเงินได้พึงประเมินของทั้งปี คูณด้วยจำนวนเดือนที่เหลือในปีภาษี ทำให้จำนวนเงินได้นั้นถูกนำไปคิดภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น หรืออาจจะไม่ถึงเกณฑ์ที่จะต้องเสียภาษีเลยก็ได้
ทำให้สุดท้ายแล้วบริษัทหักภาษีไว้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น เมื่อสิ้นปีภาษีแล้วนำเงินได้จากที่ทำงานทั้ง 2 แห่งมารวมกันจึงพบว่ามีภาษีที่ต้องเสียเพิ่มจำนวนมาก
หากมีข้อสงสัยเรื่องภาษีสอบถามได้ที่ กรมสรรพากร โทร. 1161
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น DDproperty by PropertyGuru ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท ออลพร็อพเพอร์ตี้ มีเดีย จำกัด ไม่สามารถรับรองหรือรับประกันเกี่ยวกับข้อมูล รวมทั้งไม่สามารถรับรองหรือรับประกันใด ๆ เกี่ยวกับความเหมาะสม สำหรับวัตถุประสงค์เฉพาะใด ๆ ของข้อมูล ตามขอบเขตสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต แม้ว่าเราได้พยายามอย่างเต็มที่ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และครบถ้วน ณ เวลาที่เขียน แต่ข้อมูลที่ให้ไว้ในบทความนี้ไม่ควรนำไปใช้ในการตัดสินใจทางการเงิน, การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือทางกฎหมายทันที ผู้อ่านไม่ควรใช้ข้อมูลในบทความ แทนคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรมซึ่งสามารถพิจารณาข้อเท็จจริงและสถานการณ์ส่วนตัวของคุณได้ ทั้งนี้ เราไม่สามารถรับผิดชอบใด ๆ หากคุณเลือกที่จะนำข้อมูลไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจ




