ว่าด้วยเรื่องผังเมือง ( ของที่อื่น )

2 ก.ค. 2555

Punika Thaipitakkul

ยามบ่ายๆ วันจันทร์อย่างนี้ ดาด้า ก็ชอบหาเรื่องราวต่างๆ นานา มาพูดมาคุยกับคุณผู้อ่านเสมอๆ

วันนี้พอดีไปอ่านเจอบทวิเคราะห์เรื่องผังเมืองของ ดร. โสภณ พรโชคชัย ในวารสาร ThaiAppraisal Foundation  เห็นว่าน่าสนใจดีเลยอยากเอามาคุยให้ฟัง เรื่องผังเมืองที่ ดร.โสภณ พูดถึงนี้ คือผังเมืองในประเทศต่างๆ ดังนี้ค่ะ

ฝรั่งเศส

ปารีสมีความหนาแน่นของประชากร 22,000 คนต่อตารางกิโลเมตร ส่วนไทยมีความหนาแน่นของประชากร 3,600 คน ต่อตารางกิโลเมตร แต่กลับดูแออัดกว่า ด้วยเหตุที่ว่า ปารีสไม่มีการเว้นพื้นที่รอบอาคาร หรือไม่มีระยะร่นแบบ “ฟุ่มเฟือย” เช่นในประเทศไทย และในเขตใจกลางเมืองจะมีการจำกัดความสูงของอาคารไม่เกิน 37 เมตร

การวางผังเมืองใหม่ พร้อมกับการสร้างที่อยู่อาศัยสองข้างถนนยังเป็นการคืนกำไร คือ ทำให้การสร้างถนนใช้เงินน้อย โดยเอาสองข้างทางที่เวนคืนมาทำการก่อสร้างอาคารต่างๆ  การเวนคืนดำเนินการอย่างใหญ่เป็นเวลากว่า 20 ปี ได้รับทุนจากสถาบันการเงินต่างๆ ที่อำนวยสินเชื่อให้กับการพัฒนาสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ในเมือง

นอกจากนี้การเวนคืนยังใช้เพื่อการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง นอกเหนือจากการตัดหรือขยายถนน ทำให้สิ่งแวดล้อมดูน่าอยู่สบายตา

สหรัฐอเมริกา

ที่ผ่านมาสหรัฐอเมริกา สร้างแต่บ้านแนวราบกินพื้นที่ออกไปนอกเมืองมากที่สุด  ใครต่อใครก็ทราบกันว่า หากอยู่ในอเมริกาแล้วไม่มีรถยนต์ ย่อมเดินทางลำบากมาก ระยะหลังๆ อเมริกาจึงมีการวางผังเมืองแบบ Smart Growth เน้นการพัฒนาพื้นที่ในเมืองให้มีประสิทธิภาพ โดยถือหลัก 10 ประการคือ

-สร้างโอกาสที่อยู่อาศัยที่หลากหลาย
-การสร้างชุมชนที่เดินถึงกันได้
-การสนับสนุนการมีส่วนร่วมของชุมชน
-การสร้างอัตลักษณ์ของท้องที่
-การตัดสินใจพัฒนาที่คาดการณ์ได้เป็นธรรมและคุ้มค่า
-การใช้ที่ดินแบบผสมผสาน
-การรักษาสภาพแวดล้อมที่ดี
-การมีทางเลือกการคมนาคมขนส่งที่หลากหลาย
-การพัฒนาชุมชนที่มีอยู่แล้ว (ไม่ใช่สร้างชุมชนใหม่)
-การออกแบบอาคารที่มีประสิทธิภาพ แต่ไม่หนาแน่นเกินไป

จีน

ผังเมืองเซี่ยงไฮ้วางไว้เมื่อปี 2543 จะแล้วเสร็จในปี 2563 ( ภายใน 20 ปี)  มีการวางผังโดยกำหนดการใช้ที่ดินในเขตต่างๆ อย่างละเอียด และถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ในขณะที่ผังเมืองบ้านเราเปลี่ยนใหม่ทุก 5 ปี

ผังเมืองของเซี่ยงไฮ้กำหนดไว้ชัดเจนว่า บริเวณไหนจะกำหนดให้มีการพัฒนาอะไรในอนาคต มีจุดหมาย และเป้าประสงค์ที่แน่ชัด เกิดจากความร่วมมือของนักวิชาชีพหลายแขนงที่เกี่ยวข้อง วาดภาพชัดเจนว่า ในพ.ศ.ไหน นครเซี่ยงไฮ้ จะต้องมีการพัฒนาอะไรใหม่ๆ ต้องพัฒนาสาธารณูปโภคอะไรเพื่ออำนวยความสะดวก และมีการกำหนดการใช้ที่ดินในรายละเอียดอย่างไร

สิงคโปร์

ผังเมืองของสิงคโปร์นั้น มีการวางแผนการใช้ที่ดินตามแนวคิดการผังเมืองจริงๆ มีการวางแผนการใช้ที่ดินเป็นระยะ 50 ปี ส่วนในระยะกลางสิงคโปร์ก็มีแผนแม่บทที่กำหนดการใช้ที่ดินในระยะ 10-15 ปี และมีการปรับปรุงได้เป็นระยะๆ โดยมีองค์การปรับปรุงการพัฒนาเมือง เป็นผู้รับผิดชอบ มีการวางแผนทุกตารางเมตรว่าจะให้พัฒนาอะไร พร้อมจำกัดความสูงชัดเจน

สิงคโปร์มีความหนาแน่นของประชากรสูงกว่าไทย 2 เท่า คือ 7,300 คน ต่อตารางกิโลเมตร ที่นั่นเน้นการพัฒนาแนวดิ่ง แล้วเอาพื้นที่รอบนอกมาทำเป็นพื้นที่สีเขียว

 

พออ่านจบ ทำให้ได้แง่คิดว่า ไม่มีพื้นที่ใดในโลกเพอร์เฟคท์ หากแต่ว่า เราต้องปรับใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อะไรเป็นจุดด้อย เราก็หาทางแก้ไข อะไรเป็นจุดดีเราก็พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น

เหมือนกับชีวิตของพวกเราทุกคนเลยนะคะ หากเราเห็นว่าตรงจุดไหนที่เรามีข้อบกพร่อง เราก็ต้องพัฒนาแก้ไขปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น  ส่วนในจุดไหนที่เป็นข้อดีของเรา เราก็พัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

อะไรไม่ดีก็ตัดทิ้ง เลิกซะ อะไรที่ช่วยให้มีการพัฒนาให้ดีขึ้น เราก็น้อมเข้ามาใส่ตัว

ขอให้มีความสุขกันทุกๆ คนนะคะ

 

 

เขียนความเห็น