ไทยยังคงเป็นทำเลน่าสนใจในการตั้งฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ หลังเหมราชฯ โชว์ยอดขายที่ดินปี 56 กว่า 2,000 ไร่ นักลงทุนญี่ปุ่นครองสัดส่วนใหญ่ลูกค้าใหม่
นายเดวิด นาร์โดน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าในปี 2556 ทีผ่านมา บริษัทมียอดขายที่ดินอุตสาหกรรมรวมทั้งสิ้น 2,200 ไร่ จากการทำสัญญากับลูกค้าจำนวน 101 ราย ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่มีการปรับยอดขายเป็นครั้งที่ 3 ถึงแม้จะมีเหตุการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมาก็ตาม โดยในจำนวนนี้เป็นลูกค้าใหม่ 60 ราย และเป็นการขยายโครงการของลูกค้าที่มีอยู่เดิม 41 ราย ซึ่งจำนวนลูกค้าใหม่ทั้งหมดเป็นนักลงทุนญี่ปุ่นร้อยละ 42 และเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์กว่าร้อยละ 48
“เราเห็นว่าสถานการณ์ทางการเมืองมีผลกระทบต่อธุรกิจระยะสั้นเท่านั้น ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับการตั้งฐานการผลิต และการเติบโตทางธุรกิจ เนื่องจากปัจจัยสนับสนุนด้านต่างๆ ทั้งต้นทุน โครงสร้างพื้นฐานที่ดี และการขยายเข้าถึงตลาด” นายนาร์โดนกล่าว
โดยในปีที่ผ่านมา บริษัทมีพื้นที่การให้เช่าโรงงานสำเร็จรูป (HRBF) จำนวน 297,368 ตารางเมตร เพิ่มขึ้น 61,559 ตารางเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 26 จากยอดสะสมเมื่อสิ้นปี 2555 ในขณะที่มีพื้นที่การให้เช่าคลังสินค้าหรือเหมราชโลจิสติกส์พาร์ค (HLP) เพิ่มขึ้น 55,325 ตารางเมตร จากจำนวนทั้งหมด 72,145 ตารางเมตร
โดยพบว่าในปีที่ผ่านมาปริมาณความต้องการด้านบริการสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของปี 2555
สำหรับธุรกิจโรงไฟฟ้า ธุรกิจโรงงานผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กแห่งแรกขนาด 126 เมกกะวัตต์ กับกัลฟ์ เจพี เอ็นแอลแอล (GJPNLL) ที่ได้เริ่มดำเนินการผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เมื่อเดือนพฤษภาคม 2556 และโครงการโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วันที่เป็นโครงการโรงไฟฟ้าอิสระกำลังการผลิต 660 เมกกะวัตต์ที่บริษัทถือหุ้นร้อยละ 35 ซึ่งมีปัญหาการผลิตในช่วงต้น ได้กลับมาดำเนินการผลิตกระเสไฟฟ้าตามปกติและประสบความสำเร็จในการดำเนินการผลิตกระแสไฟฟ้าในเดือน พฤศจิกายน 2556 ได้เกือบร้อยละ 100 โดย ณ ปัจจุบันเหมราชมีธุรกิจโรงไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้วทั้งสิ้น 4 โครงการ ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน โครงการโรงไฟฟ้า โกลว์ ไอพีพี (Glow IPP) โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำห้วยเหาะพาวเวอร์ในประเทศลาว และ โครงการโรงไฟฟ้าขนาดเล็กกัลฟ์ เจพี เอ็นแอลแอล (GJPNLL)
ในขณะที่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าเหมราชอินดัสเตรียล หรือ HPF ที่ได้เปิดตัวกองทุนไปเมื่อ 24 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมาด้วยมูลค่าโครงการ 4,700 ล้านบาท โดยจะลงทุนในกรรมสิทธิ์สมบูรณ์ (Freehold) มูลค่า 3,220 ล้านบาท และสิทธิการเช่า (Leasehold) มูลค่า 1,480 ล้านบาท รวมพื้นที่ทั้งหมด 150,117 ตารางเมตร โดยจะเริ่มทำการซื้อขายวันแรกในวันที่ 16 มกราคม 2557 เป็นต้นไป
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่