คาดทั้งปี’59 อสังหาฯกรุงเทพฯ-ปริมณฑลเปิดขายใหม่ 1.1ยูนิต

29 พ.ค. 2559

แม้ว่าช่วงต้นปี 2559 การเปิดตัวโครงการใหม่อาจจะดูไม่คึกคักเมื่อเทียบกับทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งทางศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้เปิดเผยผลสำรวจช่วง 4 เดือนแรก บ้านจัดสรรเปิดขาย ใหม่ ลดลง 30% และคอนโดมิเนียม ลดลง 16% โดยมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลส่งผลให้ตลาดอสังหาฯ ช่วง6 เดือนที่ผ่านมาคึกคัก โดยเฉพาะการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั้งนี้จากการสำรวจยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยช่วง 6 เดือนที่มีมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ นับจาก พ.ย.2558-เม.ย.2559 พบว่า บ้านจัดสรรมี ขณะที่ยอดโอนพุ่ง 68,500 ยูนิต เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน23%

อย่างไรก็ตามเชื่อว่ายอดเปิดตัวโครงการใหม่ของปีนี้จะไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมามากนัก คาดว่า ปีนี้จะมีจำนวนยูนิตเปิดขายใหม่รวมประมาณ 110,000 ยูนิต เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาที่เปิดขายใหม่รวม 104,860ยูนิต แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 61,000-62,000 ยูนิต และบ้านจัดสรรประมาณ 40,000 ยูนิต

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่าโครงการบ้านจัดสรรเปิดขายใหม่ทำเลกรุงเทพฯ-ปริ มณฑล ช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.เม.ย.) ของปี 2559 ที่ผ่านมา มีทั้งสิ้น 9,884 ยูนิต รวม 60 โครง การ ลดลง 30% เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่เปิดขายใหม่ 14,040 ยูนิต สำ หรับจังหวัดที่มีการเปิดขายใหม่ มากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 20 โครงการ รวม 2,037 ยูนิต นนทบุรี 13 โครงการ รวม 2,699 ยูนิต ปทุมธานี 11 โครงการ รวม 1,954 ยูนิต สมุทรปราการ 8 โครงการ รวม 1,838 ยูนิต นครปฐม 4 โครงการ รวม 772 ยูนิต และ สมุทรสาคร 4 โครงการ รวม 584 ยูนิต

ในส่วนของโครงการอาคารชุด มีจำนวนโครงการที่เปิดขายใหม่ทั้งสิ้น 13,830 ยูนิต จาก 40 โครงการ ลดลง 16% เปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่เปิดขายใหม่ 16,420 ยูนิต โดยจังหวัดที่มีโครงการเปิดขายใหม่มากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 9,257 ยูนิต จาก 26 โครงการ นนทบุรี 3,207 ยูนิต จาก 6 โครงการ ปทุม ธานี 614 ยูนิต จาก 4 โครงการ สมุทรปราการ 73 ยูนิต จาก 1 โครงการ และ นครปฐม 675 ยูนิต จาก 3 โครงการ

ทั้งนี้ ในช่วงเดือน พ.ค.นี้ จะเห็นว่าผู้ประกอบการมีการเปิดตัวโครงการใหม่ไม่มาก แต่คาดว่าในเดือน มิ.ย.ผู้ประกอบการจะเปิดตัวโครงการใหม่เพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญจะเน้นการพัฒนา โครงการให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายหรือเทรนด์ของตลาด อย่างไรก็ตาม ส่วนจากหลังหมดมาตรการเชื่อว่าผู้ประกอบการจะหันมาเร่งเปิดโครงการมากขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขายใหม่ ซึ่งคาดว่าในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ธุรกิจอสังหาฯจะค่อยกลับมาฟื้นตัวและทำให้ตลาดอสังหาฯเกิดความสมดุลมากขึ้น

ยกแรกธุรกิจอสังหาฯ บิ๊กแบรนด์ยอดขายลดฮวบ 33%

ขณะที่ตัวเลขยอดขายช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 15 อันดับแรกพบว่า มียอดขายรวม 4.8 หมื่นล้านบาท ลดลง 3.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและลดลง9.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2558 (ไม่นับรวมยอดขายของโครงการร่วมทุน) ส่วนยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ลดลงเหลือ 1.65 แสนล้านบาท แบ่งเป็นอาคารชุด 1.39 แสนล้านบาทและบ้านจัดสรร 2.6 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2558 มี Backlog 1.76 แสนล้านบาท แบ่งเป็นอาคารชุด 1.53 แสนล้านบาทและบ้านจัดสรร 2.3 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ยอดโครงการเปิดใหม่ช่วง 4 เดือนแรก 2559 ม.ค. – เม.ย.พบว่า มีโครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่จำนวน 23,710 หน่วย ลดลง 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 30,460 หน่วย แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรรมีจำนวน 9,880 หน่วยลดลง 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 14,040 ยูนิต โครงการคอนโดมิเนียม จำนวน 13,830 ยูนิต ลดลง 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน16,420 ยูนิต

โดยจังหวัดที่เปิดขายใหม่มากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 20 โครงการ รวม 2,037 ยูนิต นนทบุรี 13โครงการ รวม 2,699 ยูนิต ปทุมธานี 11 โครงการ รวม 1,954 ยูนิต สมุทรปราการ 8 โครงการ รวม 1,838ยูนิต นครปฐม 4 โครงการ รวม 772 ยูนิต และ สมุทรสาคร 4 โครงการ รวม 584 ยูนิต

ภาพรวมซัพพลายยังไม่น่าห่วง

ทั้งนี้ ในส่วนของโครงการที่อยู่อาศัยที่มีเหลือขายในตลาดทั้งหมด 138,400 หน่วย คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งหมด 527,950 ล้านบาท แบ่งเป็น บ้านจัดสรรเหลือขาย 78,500 หน่วย คิดเป็นมูลค่ารวม 345,500 ล้านบาท และอาคารชุด 59,900 หน่วย คิดเป็นมูลค่าทั้งหมด 182,450 ล้านบาท โดยจำนวนบ้านจัดสรรส่วนใหญ่เป็นทาวน์เฮาส์ 47% บ้านเดี่ยว 38% บ้านแฝด 10% และที่เหลือเป็นอาคารพาณิชย์และที่ดินเปล่า โดยหากแยกเป็นระดับราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท 17% ราคา 2.01-3 ล้านบาท 25% ราคา 3.01-5 ล้านบาท 34% และราคาเกินกว่า 5 ล้านบาท 24% ซึ่งจากการสำรวจสัดส่วนกว่า 64% สร้างเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างก่อสร้าง 18% และยังไม่ได้เริ่มสร้าง 18%

ส่วนพื้นที่ซึ่งมีหน่วยบ้านจัดสรรในผังโครงการมากที่สุด ได้แก่ อ.ลำลูกกา อ.บางพลี อ.บางบัวทอง เขตคลองสามวา และ อ.เมืองสมุทรสาคร ส่วนพื้นที่ซึ่งมีหน่วยบ้านจัดสรรเหลือขายมากที่สุด ได้แก่ อ.บางบัวทอง อ.บางพลี อ.ลำลูกกา อ.บางใหญ่ และ อ.เมืองสมุทรสาคร

ขณะที่โครงการอาคารชุด ส่วนใหญ่เป็นอาคารชุดขนาดความสูงไม่เกิน 8 ชั้น มากถึง 2,305 อาคาร และขนาดความสูง 30 ชั้นขึ้นไป 564 อาคาร ส่วนขนาดห้องชุดส่วนใหญ่ ไม่เกิน 25 ตารางเมตร (ตร.ม.) 31% ขนาดห้อง 26-30 ตร.ม. 38% ขนาดพื้นที่มากกว่า 60 ตร.ม. 5% โดยหากแยกระดับราคา พบว่า ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท 43% ราคา 2.01-3 ล้านบาท 28% ราคา 3.01-5 ล้านบาท 16% และที่เหลืออยู่ในช่วงราคาเกินกว่า 5 ล้านบาท โดยโครงการอาคารชุดส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 53% สร้างเสร็จแล้ว 37% และยังไม่ได้เริ่มสร้าง 10%

อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์ดังกล่าวแม้ว่าภาพรวมซัพพลายที่เหลือขายในตลาดจะยังไม่น่าห่วง มีจำนวนที่ไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมามากนัก แต่การที่ภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวมาก และกำลังซื้อในตลาดที่อยู่อาศัยยังชะลอตัว ประกอบกับปัญหาลูกค้าโดนปฏิเสธสินเชื่อยังมีตัวเลขที่ค่อนข้างสูง ผู้ประกอบการเองก็ต้องปรับตัว

real estate

อัพเดทข่าวอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี้

เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย สิณีวรรณ เทศปัญ กองบรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ sineewan@ddproperty.com

เขียนความเห็น

ข่าว-บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

ควันหลงหยุดสงกรานต์...อสังหาฯเปิดใหม่ลดฮวบ

AREA เผยโครงการอสังหาฯ เปิดใหม่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑลเดือนเม.ย. ลดฮวบ เหตุวันห

อ่านต่อ27 พ.ค. 2559

RICHY บุ๊ครายได้แตะ 1 พันลบ. ลุยเปิดพรีเซล 2 โครงการยักษ์

RICHY บุ๊ครายได้”59 พุ่งแตะ 1 พันล้านบาท โชว์ เผยไตรมาส 2 เปิดพรีเซล 2 โครงการยั

อ่านต่อ27 พ.ค. 2559

SPALI ลุยเปิดครึ่งปีหลังล็อตใหญ่ แตะเบรคโครงการแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง

ศุภาลัย ลุยอสังหาฯครึ่งปีหลังเปิดเพิ่ม 17 โครงการ รวมมูลค่าเบ็ดเสร็จ 25,000

อ่านต่อ27 พ.ค. 2559