คอลลิเออร์สฯ เผยภาพรวมตลาดคอนโดฯพัทยามีการแข่งขันระหว่างดีเวลลอปเปอร์จากส่วนกลางและท้องถิ่นมากขึ้น ชี้ถนนจอมเทียนสายใหม่เป็นทำเลฮอต ฟันธงตลาดปี 56 คึกคักกว่าปีที่ผ่านมา
นายสุรเชษฐ กองชีพ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวิจัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยว่าจากรายงานคอนโดมิเนียมในพัทยาฉบับล่าสุดพบว่าคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่ในช่วงครึ่งหลังปี 2555 ลดลงประมาณ 30% คือจากประมาณ 10,000 ยูนิต ในช่วงครึ่งแรกของปี ลดลงเหลือประมาณ 7,250 ยูนิตในช่วงครึ่งหลัง เนื่องจากผู้ประกอบการบางส่วนชะลอการเปิดโครงการใหม่ เพราะยังมีจำนวนห้องอีกส่วนหนึ่งที่เหลือขายอยู่ในตลาด ในขณะที่อัตราการขายเพิ่มขึ้นจากช่วงครึ่งแรกของปีประมาณ 7%
โดยโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดขายในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจะเน้นไปยังกลุ่มผู้ซื้อระดับกลาง-ล่าง แม้ว่าจะมีผู้ประกอบการบางรายที่เปิดขายโครงการระดับบน และยอดขายเฉลี่ยของทั้งตลาดก็สูงเช่นกัน
“ผู้ซื้อหลักของตลาดที่อยู่อาศัยในพัทยามีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ต้องการคอนโดมิเนียมไว้ใช้พักผ่อนในวันหยุด โดยจะพิจารณาซื้อโครงการที่อยู่ไม่ไกลจากชายหาด ราคาไม่สูงเกินไป มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม และมีการบริหารอาคารที่ดี อีกทั้งเป็นโครงการที่พัฒนาโดยผู้ประกอบการที่มีความน่าเชื่อถือ” นายสุรเชษฐ กล่าว
สำหรับภาพรวมของซัพพลายและราคาขายนั้น นายสุรเชษฐกล่าวว่าจำนวนคอนโดมิเนียมในพัทยา ณ สิ้นปี 2555 อยู่ที่ประมาณ 46,700 ยูนิต โดยมีเพียง 590 ยูนิตเท่านั้นที่สร้างเสร็จ และพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ในปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ไม่มากหลังจากเกิดภาวะวิกฤตเศรษฐกิจโลก ซึ่งสร้างความวิตกให้กับผู้ประกอบการ ณ เวลานั้น ส่วนราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียมในพัทยาและจอมเทียนลดลงประมาณ 13% จากปี 2554 เนื่องจากมีโครงการขนาดใหญ่เปิดขาย ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ซื้อระดับกลาง-ล่าง ที่ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 1 ล้านบาท
ในขณะที่ถนนจอมเทียนสายใหม่กลายเป็นทำเลที่มีการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมมากที่สุด มีโครงการขนาดใหญ่อยู่หลายโครงการ ทำให้มีคอนโดมิเนียมประมาณ 15,400 ยูนิตที่ผู้ประกอบการกำหนดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงระหว่างปี 2556-2558
ด้านนายมาร์ค โบว์ลิ่ง ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขายและเช่าที่อยู่อาศัย คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย สาขาพัทยา กล่าวว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สัดส่วนผู้ซื้ออสังหาฯ ชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น และเป็นกลุ่มผู้ซื้อหลักในพื้นที่พัทยาและจอมเทียน ในขณะที่ผู้ซื้อชาวไทยก็เริ่มเข้ามาซื้อในทุกระดับราคา หลังจากที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในพัทยาที่มีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของต่างมีปัญหาในการขายคอนโดมิเนียมของตนเองให้กับผู้ซื้อชาวไทยตามที่กฎหมายกำหนดคือไม่น้อยกว่า 51% แต่ในขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ของไทยเข้ามาพัฒนาโครงการในตลาดพัทยาและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ซื้อชาวไทย แต่ขายให้กับผู้ซื้อชาวต่างชาติได้ไม่มาก อีกทั้งผู้ประกอบการในตลาดหลักทรัพย์เองก็ไม่ได้เน้นในตลาดชาวต่างชาติแต่อย่างใด
“ผู้ประกอบการคนไทยในตลาดพัทยาต่างก็ดำเนินการตามรอยความสำเร็จของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก เช่น แอล.พี.เอ็น, คิวเฮ้าส์, เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ และแสนสิริ ในขณะที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นบางรายได้พยายามสร้างจุดขายให้กับโครงการของตนเองโดยการเพิ่มโรงแรมแบรนด์ที่มีชื่อเสียงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเพื่อช่วยกระตุ้นความสนใจจากผู้ซื้อชาวไทย และชาวต่างชาติ ในขณะที่ชาวรัสเซียยังคงเป็นกลุ่มผู้ซื้อขาวต่างชาติกลุ่มใหญ่ในตลาดพัทยาในช่วงครังหลังของปีที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกไม่มากนัก แต่ว่าชาวรัสเซียจะซื้อในตลาดระดับล่างเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนผู้ซื้อชาวยุโรป และอเมริกัน ยังไม่ค่อยมีให้เห็นในตลาดพัทยาในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ผู้ซื้อชาวออสเตรเลียจะพบเห็นได้บ้างในโครงการทั่วไป เพราะได้เปรียบในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน” นายโบว์ลิ่ง กล่าวเสริม
สำหรับภาพรวมของตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2556 นั้น นายโบว์ลิ่งมองว่าค่อนข้างท้าทายมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยในช่วง 2 เดือนแรกที่ผ่านมาค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 10% อีกทั้งยังโครงการคอนโดมิเนียมอีกหลายโครงการที่มีแผนจะเปิดขายใน และอีกเป็นจำนวนมากที่มีกำหนดแล้วเสร็จในปีนี้ ซึ่งน่าจะสร้างความตื่นตัวให้กับผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ