เอ็นพาร์ค (N-PARK) เตรียมคัมแบ๊คหลังเพิ่มทุน 1,500 ล้านบาท โดยหนึ่งในผู้ถือหุ้นล่าสุดได้แก่เจ้าสัวตระกูลมาลีนนท์ “ประชา มาลีนนท์” ที่เพิ่งจรดปากกาเซ็นเช็คซื้อหุ้นเพิ่มทุน 29,500 ล้านหุ้น คิดเป็น 24.50%
นายนคร ลักษณกาญจน์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.แนเชอรัล พาร์ค หรือ เอ็นพาร์ค (N-PARK) เปิดเผยว่าหลังจากที่ตนได้เข้ามาดูแลบริษัทตั้งแต่ปี 2554 ก็ได้เริ่มสะสางในเรื่องคดีความหนี้สินและดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ โดยได้ดำเนินการจำหน่ายทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น ที่ดินในประเทศญี่ปุ่นออกไป และขายหุ้นในธุรกิจที่บริษัทถือครองเป็นส่วนน้อย อย่างโรงแรมสยามเคมปินสกี้ทิ้ง เพื่อนำเงินไปชำระหนี้ จนกระทั่งเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทได้เริ่มระดมทุน จนกระทั่งล่าสุดนายประชา มาลีนนท์ได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 29,500 ล้านหุ้น คิดเป็น 24.50% ในราคาหุ้นละ 0.029 บาท รวมเป็นเงิน 855.50 ล้านบาท
และจากการระดมทุนนี่เอง ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีทุน 1,500 ล้านบาทในการเดินหน้าทางธุรกิจ โดยนอกจากจะนำเงินจำนวนดังกล่าวไปชำระหนี้แล้ว บริษัทยังมีแผนที่จะเข้าซื้อทรัพย์สินที่ก่อให้เกิดรายได้ในทันที อาทิ การเข้าซื้อกิจการโรงแรมเซ็นทาราแอนด์คอนเวนชั่นเซนเตอร์ ขอนแก่น มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท โดยจะถือหุ้น 100% และคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 200-300 ล้านบาทต่อปี และจะเน้นการซื้อสินทรัพย์ในภาคอีสาน โดยเฉพาะในโคราชเนื่องจากอยู่ในเส้นทางสร้างรถไฟความเร็วสูง
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะนำที่ดินบางกระเจ้า ใน ต.บางน้ำผึ้ง อ. พระประแดง จ.สมุทรปราการ ที่มีอยู่ประมาณ 300 ไร่แบ่งออกขายเพื่อนำไปสร้างเป็นศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพกึ่งรีสอร์ท (Rejuvenation Centre) จำนวน 30 ไร่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา มูลค่า 500 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันกำลังเจรจากับนายทุนจากต่างชาติที่สนใจเข้ามาซื้อ ส่วนที่ดินส่วนที่เหลือจะแบ่งมาพัฒนาเป็นบ้านหรู 30 ยูนิตมูลค่าโครงการ 3,000-4,000 ล้านบาท โดยบ้านแต่ละยูนิตจะสร้างบนเนื้อที่แปลงละประมาณ 2 ไร่ขึ้นไป ราคาขายตั้งแต่ 70-150 ล้านบาทต่อยูนิต ซึ่งคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ในอีก 2 ปี
ทั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะซื้อที่ดินเพิ่มเติม โดยมีแปลงที่มองไว้ในย่านอ่อนนุช คาดว่าจะหาข้อสรุปได้ในช่วงปลายปีนี้ ส่วนที่ดินที่มีอยู่ในย่านรามอินทราอาจจะพัฒนาเป็นโครงการแนวสูง โดยคาดว่าจะเริ่มในช่วงปลายไตรมาส 2
สำหรับในปีนี้ บริษัทคาดว่าจะมีรายได้รวมกว่า 1,000 ล้านบาท ที่นอกจากจะได้มาจากการแบ่งขายที่ดินบางกระเจ้าแล้ว รายได้ประจำของบริษัทยังมาจากโครงการเซอร์วิส อพาร์ทเมนท์ “เดอะเนเชอรัล พาร์ค” ในซอยสุขุมวิท 49 ประมาณกว่า 100 ล้านบาท ในส่วนของกำไรนั้น คาดว่าจะใกล้เคียง 1,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะมาจากกำไรการปรับโครงสร้างหนี้ประมาณ 300-400 ล้านบาท และกำไรจากการขายที่ดิน ส่วนที่เหลือเป็นกำไรจากรายได้ค่าเช่า ซึ่งคาดว่าในปี 2557 บริษัทจะกลับไปสู่การแสดงผลดำเนินงานที่แท้จริง
ปัจจุบัน บริษัทมีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ประมาณ 120,860 ล้านบาท ยังมีขาดทุนสะสมกว่า 6 พันล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถล้างขาดทุนสะสมได้หมดภายในปี 2558 และมีทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเป็น 180,000 ล้านบาท
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ