สนทนากับกูรู:ก้าวต่อไปกับไรมอนแลนด์

14 มิ.ย. 2556

หลังจากเข้ามารับตำแหน่งเป็นผู้นำองค์กรคนใหม่ให้กับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ชั้นแนวหน้าของเมืองไทยอย่างไรมอนแลนด์แบบสดๆ ร้อนๆ เมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ชื่อและโฉมหน้าของ “จอห์นสัน ตัน” ก็เริ่มปรากฎตามสื่อต่างๆ พร้อมกับความสงสัยว่าซีอีโอคนใหม่ที่อิมพอร์ตตรงจากแดนลอดช่องคนนี้มีดีอย่างไร และเราก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับเขาคนนี้ไปพร้อมๆ กับการจิบกาแฟยามเช้าในบรรยากาศสบายๆ และเรียบง่าย ณ โรงแรมฟูลเลอร์ตัน สิงคโปร์ 
 
การเข้ามาซื้อหุ้นจำนวน 24.9% ในไรมอนแลนด์ของตระกูลลีเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นอกจากจะทำให้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ของบริษัทแล้ว ดีลดังกล่าวยังถือเป็นการลงทุนจากสิงคโปร์ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในเมืองไทย ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำถึงความมั่นใจในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติ 
 
นายตันถือเป็นซีอีโอชาวสิงคโปร์ในบริษัทที่ลิสต์อยู่ในตลาดหลักทรัพย์เพียงคนเดียวในตอนนี้ โดยเขามองการเข้าเทคโอเวอร์ในครั้งนี้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ “ท้าท้าย” ซึ่งจริงๆ แล้วเขาก็น่าจะรู้ดี เนื่องจากมีประสบการณ์ในด้านควบรวมและเข้าซื้อธุรกิจต่างๆ มาเป็นเวลานานหลายปีก่อนหน้านี้ 
 
Johnson Tan, CEO of Raimon Land 
 
แม้ว่าจะคุ้นเคยกับการลงทุนด้านอสังหาฯ หรือแม้แต่การลงทุนในบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ แต่การเข้าซื้อหุ้นของไรมอนแลนด์ของนายไลโอเนล ลีและครอบครัวถือเป็นการลงทุนในบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของไทยเป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้ ตระกูลลีเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางว่าเป็นเจ้าของบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่าง “เอสร่า โฮลดิงส์” (Ezra Holdings) ที่ให้บริการการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันและก๊าซนอกชายฝั่งประเทศสิงคโปร์  นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในต่างประเทศทั้งในมาเลเซียไปจนถึงนอร์เวย์ 
 
ไรมอนแลนด์ เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศ โดยพัฒนาโครงการดังๆ เจาะกลุ่มผู้ซื้อในระดับไฮเอนด์ อาทิ เดอะ ริเวอร์, 185 ราชดำริ, นอร์ธพอยท์ พัทยา และซายร์ วงศ์อมาตย์ และโครงการล่าสุด “ลอฟท์ เอกมัย” ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา 
 
The Loft Ekkamai 
 
สำหรับก้าวต่อไปของไรมอนแลนด์นั้น ตันยังคงยืนยันว่าจะไม่มีการเร่งเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจไปในแบบก้าวกระโดดในทันที แม้ว่าจะเข้าใจดีว่าการทำธุรกิจที่หลากหลายและมองข้ามช็อตจากสถานการณ์ตลาดในปัจจุบันจะเป็นสิ่งจำเป็นก็ตาม 
 
“ไรมอนแลนด์มีชื่อเสียงในการพัฒนาโครงการในระดับไฮเอนด์ ซึ่งเราก็จะยังคงคอนเซ็ปต์นี้ไว้ แต่การขยายไปสู่การพัฒนาโครงการเพื่อการค้า อย่างเช่น “วิว”  (Vue) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเดอะริเวอร์นั้นจะเป็นสิ่งที่เราจะหันมาให้ความสำคัญเช่นกันต่อจากนี้ เราจำเป็นที่จะต้องพัฒนาบางอย่างควบคู่ไปกับโครงการที่อยู่อาศัยของเรา” นายตันกล่าว 
 
Vue by The River 
 
“ผมต้องการให้เดอะคิวบ์กลายเป็นชื่อที่ทุกคนพูดถึง สิ่งที่ผมอยากได้ยินคือ เวลามีคนเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยแล้วพูดว่า “ฉันอยากไปสยามพารากอน ฉันอยากไปกินข้าวที่เกรย์ฮาวด์ และฉันอยากไปแฮงค์เอ้าท์ที่วิว”” และด้วยความตั้งใจนั้นเองที่ทำให้ตันตัดสินใจที่จะจ้างผู้บริหารที่จะมาดูแลโปรเจคดังกล่าวโดยเฉพาะเลยทีเดียว 
 
อย่างไรก็ดี ด้วยจำนวนที่ดินที่เหลือสำหรับการพัฒนาโครงการในกรุงเทพฯ ที่เหลือน้อยเต็มที สิ่งที่ตันและลูกทีมของเขาจะต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อจากนี้คือการแข่งขันอย่างดุเดือดไม่ว่าจะเป็นด้านราคาหรือการหาทำเลดีๆ เพื่อพัฒนาโปรเจคใหม่ๆ นั่นเอง
 
“นี่เป็นหนึ่งในความท้าทายอีกหลายๆ อย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือเราคงไม่วิ่งตามการขยายตัวของไลน์รถไฟฟ้าแน่นอน” เขากล่าว 
 
เมื่อถามถึงทิศทางของไรมอนแลนด์ในอนาคต ตันแสดงความมั่นใจว่าก้าวต่อไปของบริษัทภายใต้การนำของเขานั้นจะเป็นไปอย่างสดใส
 
“ผมคงไม่ชี้ขาดถึงอนาคตของไรมอนแลนด์ในตอนนี้ ที่แน่ๆ คือในตอนนี้เราเป็นผู้เล่นหลักรายหนึ่งในตลาดบน แต่ตลาดบนนี้มีขนาดใหญ่แค่ไหนกันล่ะ? เรายังจะคงเดินหน้าในการพัฒนาโครงการใหม่ๆ แต่จะเป็นไปอย่างสมเหตุสมผล โดยที่จะต้องไม่ลืมว่าแก่นแท้ของไรมอนแลนด์นั้นคืออะไร” นายตันกล่าวทิ้งท้าย 
 
เรื่องดังกล่าวตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาอังกฤษในหนังสือพิมพ์ PropertyGuru ฉบับที่ 35 ซึ่งสามารถดาวน์โหลดหนังสือพิมพ์ฉบับดิจิตัลได้ที่นี่  
บทสัมภาษณ์นี้เรียบเรียงใหม่โดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com และสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
 
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่  
 
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
 
 
เขียนความเห็น