ณ โมเม้นต์นี้ แฟนบอลส่วนใหญ่คงใจจดจ่อไปที่บราซิล ว่าใครกันนะที่จะได้ถ้วยรางวัลแห่งเกมกีฬาสุดยิ่งใหญ่ไปครอบครอง เมื่อมองย้อนกลับไป ตลอดระยะเวลา 84 ปีนับแต่เริ่มต้นจัดแข่งขันฟุตบอลโลกขึ้นเป็นครั้งแรก เกิดอะไรกับถ้วยรางวัลของฟีฟ่าใบนี้บ้าง DDproperty ขอยกเสี้ยวหนึ่งของตำนานอันยาวนานมาฝากกัน
เรื่องแรกที่อยากจะเล่าก็คือถ้วยรางวัลบอลโลกไม่ได้มีอยู่เพียงใบเดียวอย่างที่เราเห็นๆ อยู่ในทุกๆ การแข่งขันหรอกนะ ถ้วยที่เป็นรูปลูกโลกที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้เป็นถ้วยแบบที่สองซึ่งทางฟีฟ่า หรือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาตินำออกมาใช้ตั้งแต่การแข่งขันในปี 1974 เป็นต้นมาและใช้เรื่อยมาจวบจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งเราเรียกว่าถ้วยฟีฟ่าเวิลด์คัพ ตามแบบที่เห็นนี้แหละ
อยากรู้แล้วใช่ไหมว่าช่วงก่อนปี 1974 หรือตั้งแต่เริ่มการจัดแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกถ้วยรางวัลเป็นอย่างไร ถ้วยรางวัลใบแรกนั้นฟีฟ่าจัดทำขึ้นในปี 1930 โดยถ้วยใบนี้เรียกตามชื่อที่ตั้งคือ “วิคทอรี่” ซึ่งหมายถึงชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนชื่อเรียกของถ้วยใบนี้เป็น “จูลส์ ริเมต์” (Jules Rimet Trophy) เพื่อเป็นเกียรติแก่อดีตประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติคนที่ 3 ซึ่งก็คือ นายจูลส์ ริเมต์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดการจัดแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกขึ้นสำเร็จ
ภาพ via wikipedia.org
ตัวถ้วยจูลส์ ริเมต์นั้นหนักถึง 3.8 กิโลกกรัม แต่ก็ไม่ใช่ถ้วยที่ทำด้วยทองคำทั้งใบอย่างที่ใครเข้าใจหรอกนะ วัสดุส่วนใหญ่ของถ้วยเป็นเพียงแค่โลหะเงินแล้วชุบด้วยทองคำบริสุทธิ์ออกมาเป็นประกายเรืองรองแบบที่เราเห็นกัน วิธีการผลิตถ้วยใบนี้ก็ใช้กรรมวิธีการหล่อขึ้นรูป ออกมาเป็นรูปเทพธิดามีปีกอยู่ด้านใน ในหัตถ์ชูถ้วยรางวัล เทพธิดาองค์นี้คือเทพไนกิ ซึ่งเป็นเทพที่เป็นตัวแทนของชัยชนะ ในส่วนของฐานรองนั้นแต่เดิมเป็นหินอ่อนสกัดและเปลี่ยนเป็นไพฑูรย์ซึ่งเป็นอัญมณีสีฟ้าในเวลาต่อมา

ภาพ via icollector.com
ทุกครั้งที่มีการแข่งขันรอบสุดท้ายเสร็จสิ้น ถ้วยจูลส์ ริเมต์จะเดินทางไปอยู่กับประเทศที่เป็นแชมป์การแข่งขันครั้งนั้นๆ ประเทศแรกที่ได้ครอบครองถ้วยใบนี้คือ อุรุกวัย ซึ่งเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 1930 ถ้วยจูลส์ ริเมต์ถูกเปลี่ยนมือไปหลายครั้งในรอบ 30 ปี เช่นเดียวกับแชมป์ที่สลับสับเปลี่ยน อย่างไรก็ตามถ้วยจะถูกส่งมอบให้กับเจ้าภาพก่อนการจัดการแข่งขันในรอบถัดไปจะเริ่มขึ้น

ภาพ via footballtipcast.com
ในปี 1966 ที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ถ้วยจูลส์ ริเมต์ถูกส่งมาที่อังกฤษเพื่อใช้มอบให้กับแชมป์ใหม่ที่จะเกิดขึ้น แต่ก่อนหน้าที่จะเปิดการแข่งขันมีการนำถ้วยไปจัดแสดงในงานนิทรรศการเพื่อให้ผู้สนใจเข้าชม และในช่วงการจัดงานนี้เอง ถ้วยถูกขโมยไป ท่ามกลางความตกใจของผู้จัดงานเพราะการแข่งขันใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว และคงไม่สามารถหาถ้วยรางวัลอื่นใดมาแทนที่ถ้วยจูลส์ ริเมต์นี้ได้ แต่โชคดีที่ 7 วันหลังจากถ้วยหายไปก็มีการแจ้งพบถ้วยจูลส์ ริเมต์ถูกทิ้งเอาไว้ในพุ่มไม้ของสวนแถบชานเมืองทางตอนใต้ของลอนดอน ซึ่งผู้ค้นพบถ้วยรางวัลนี้ไม่ใช่ใคร แต่เป็นเจ้าสี่ขาที่ชื่อว่าพิกเกิ้ลส์ สุนัขของคู่สามีภรรยา เดวิดและเจน คอร์เบต

ภาพ via itv.com
การขโมยถ้วยจูลส์ ริเมต์นั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่ถ้วยใบนี้ถูกขโมยไปอีกครั้งในปี 1983 ขณะที่จัดแสดงอยู่ที่สำนักงานใหญ่ของสหพันธ์ฟุตบอลที่ริโอ เดอจาเนโร เรียกได้ว่าโดนฉกไปจากหน้าบ้านแท้ๆ เลย ซึ่งในช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่บราซิลครอบครองถ้วยต่อเนื่องกันถึง 3 สมัย การโดนขโมยไปในครั้งนี้ทำให้ถ้วยจูลส์ ริเมต์หายไปตลอดกาล

ภาพ via images.cdn.fourfourtwo.com
แม้จะไม่มีถ้วยจูลส์ ริเมต์ แต่ก็ไม่ได้ทำให้การจัดแข่งขันฟุตบอลโลกของสมาพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหยุดชะงักไป เมื่อไม่มีโอกาสได้ถ้วยใบเดิมคืนมาฟีฟ่าก็จัดทำถ้วยใบใหม่ขึ้นมาแทนที่ ซึ่งเป็นถ้วยลูกโลกใบที่เรารู้จักกันนี้แหละ ถ้วยใบนี้ชื่อ “ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ” ออกแบบโดยซิลวิโอ กาซซานิกา ซึ่งเป็นศิลปินชาวอิตาเลี่ยน ตัวถ้วยนั้นไม่ได้แค่เพียงชุบทองคำแบบถ้วยจูลส์ ริเมต์ หากแต่ทำขึ้นจากทองคำบริสุทธิ์ล้วนๆ ขนาด 18 กะรัต ทำให้น้ำหนักของถ้วยใบนี้หนักกว่าเดิมกว่าสองเท่า โดยน้ำหนักอยู่ที่ 6.175 กิโลกรัม ขึ้นรูปเป็นมนุษยสองคนมีลำตัวพันเป็นเกลียว พร้อมแขนที่ยืดออกไปประคองลูกโลกเอาไว้ ฐานของถ้วยประดับด้วยมรกตวางเรียงตัวเป็นเส้นซ้อนกันสองแถว ที่ฐานมีการสลักข้อความว่า “FIFA World Cup” ที่มีความโดดเด่นเห็นได้ชัด และที่สำคัญคือที่ใต้ฐานของถ้วยนั้นมีการสลักชื่อประเทศที่คว้าแชมป์ได้ในแต่ละรอบการแข่งขัน

ภาพ via sports.xin.msn.com
สำหรับถ้วยฟีฟ่า เวิลด์ คัพ นั้นจะใช้ไปจนถึงปี 2038 หรืออีก 24 ปีข้างหน้าตามที่วางแผนเอาไว้ แต่ถ้วยใบนี้จะไม่ถูกขโมยหายไปแบบถ้วยจูลส์ ริเมต์อีกอย่างแน่นอนเพราะฟีฟ่าได้ออกข้อบังคับให้มอบถ้วยที่จำลองขึ้นแก้แชมป์ฟุตบอลโลกแทน ซึ่งหมายความว่าถ้วยใบนี้จะอยู่กับฟีฟ่าไม่ได้ถูกเคลื่อนย้ายไปกับทีมใดๆ จึงยากที่จะถูกขโมยหรือสูญหายได้
ภาพหลัก via hdwallpaperszon.in
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย เชษฐพล มานิตย์ นักเขียนออนไลน์ประจำ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ chetapol@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้
ที่นี่เรื่องอื่นที่น่าสนใจ
แต่งบ้านสวยด้วยปลายนิ้วกับแอพฯ Room Arranger
Home Gadget: ใส่จังหวะให้บ้านคึกคัก
Home Gadget: พร้อมจะแชทกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่บ้านกันหรือยัง?