AREA เปิดโผทำเลอสังหาฯ ขายดี ราคาขึ้น-ราคาตกในช่วงครึ่งปีแรก ศรีนครินทร์-บางพลัด-วัชรพลติดอันดับ
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลการสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยประมาณ 1,600 โครงการที่ยังขายอยู่ในท้องตลาด ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2557 พบว่าราคาขายในบางทำเล แม้จะเป็นที่อยู่อาศัยประเภทเดียวกันในโครงการเดียวกันก็มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นสินค้าที่อยู่ในความต้องการของลูกค้า โดยทำเล H3: ศรีนครินทร์ ช่วงแมคโคร ราคาทาวน์เฮ้าส์เพิ่มขึ้น 10% ในรอบ 6 เดือนแรกของปี จากราคาขายเฉลี่ยยูนิตละ 2.014 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 2.224 ล้านบาท
ตามมาด้วยทำเล H2: แบริ่ง วัดด่าน ที่ราคาคอนโดฯ เพิ่มขึ้น 10% ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาเช่นกัน จากยูนิตละ 1.626 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 1.794 ล้านบาท และอันดับ 3 ได้แก่ ทำเล I5: พระนคร ที่ราคาห้องชุดปรับขึ้นจาก 3.530 ล้านบาท เป็น 3.893 ล้านบาท
ในขณะที่ทำเลที่ขายดีในช่วง 6 เดือนแรกของปี ได้แก่ ทำเล L3: บางพลัด ที่คอนโดฯ ระดับราคา 1.01 – 2.0 ล้านบาท ขายได้เดือนละ 100% ของหน่วยขายทั้งหมดหรือขายหมดภายใน 1 เดือน
ทำเลสินค้าขายดีอันดับ 2 จากการสำรวจของ AREA ได้แก่ H8: บางนา ตราด กม. 10-30 โดยห้องชุด ระดับราคาระหว่าง 1.01 – 2.0 ล้านบาท ขายได้เดือนละ 61% ของหน่วยขายทั้งหมด ซึ่งขณะนี้เหลือหน่วยขาย 100 ยูนิตเท่านั้นและคาดว่าจะขายได้หมดภายใน 2 เดือน ในขณะที่ทำเล I3: สุขุมวิท พระราม 4 สินค้าขายดีของทำเลนี้ได้แก่ ห้องชุด ระดับราคาระหว่าง 3.01 – 5.0 ล้านบาท ขายได้เดือนละ 30% และห้องชุดระดับราคา 5.01 – 10.0 ล้านบาท ขายได้เดือนละ 29% ของหน่วยขายทั้งหมด
อย่างไรก็ตามผลการสำรวจยังพบว่าที่อยู่อาศัยบางประเภท ราคาตกต่ำลงในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา โดยบ้านเดี่ยวในทำเล D5: วัชรพล คู้บอน ราคาตกลงราว 15% จากช่วงสิ้นปี 2556 ที่ราคาขายอยู่ที่ 14.900 ล้านบาทตกลงมาอยู่ที่ยูนิตละ 12.700 ล้านบาท
อันดับที่ 2 ได้แก่บ้านแฝดในทำเล N5: ไทรน้อย สุพรรณบุรี ราคาขายจาก 3.500 ล้านบาท ลดลงเหลือราว 3.150 ล้านบาท หรือลดลงราว 10% ภายในระยะเวลา 6 เดือน ตามมาด้วยบ้านแฝดในทำเล K5: หนองแขม ราคา ณ สิ้นปี 2556 อยู่ที่ 2.870 ล้านบาท ลดลงเหลือยูนิตละ 2.584 ล้านบาท โดยในย่านนี้มีทาวน์เฮาส์ราคาไม่แพงเปิดขายอยู่ ทำให้บ้านแฝดจึงค่อนข้างขายได้ยาก
ดร.โสภณ กล่าวว่าแม้สินค้าในทำเลที่ขายดีจะน่าลงทุนซื้อสำหรับประชาชน และน่าลงทุนพัฒนาสำหรับผู้ประกอบการ แต่ก็ยังขึ้นอยู่กับดีมานด์และซัพพลาย รวมทั้งการบริหารชุมชนที่ดีในอนาคตด้วย ส่วนที่อยู่อาศัยในทำเลที่ขายไม่ดี ราคาที่ตกลงนั้นก็อาจจะเป็นเพราะโครงการนั้นๆ วางแผนการตลาดผิดพลาดไป อาจไม่จำเป็นที่โครงการอื่นที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะย่ำแย่เช่นนี้ด้วย
“อย่างไรก็ตามในการเลือกซื้อ เราคงไม่จำเป็นต้องรอให้สถานการณ์ตลาดไม่ดีเพื่อให้ราคาสินค้าตกแล้วค่อนช้อนซื้อเหมือนกับหุ้นเพราะราคาบ้านคงไม่ตกมากนัก เคล็ดลับสำคัญในการเลือกซื้อคือพิจารณาความคุ้มค่าของเงิน โดยผู้ซื้อบ้านควรสำรวจเปรียบเทียบกับโครงการโดยรอบ ถ้าเทียบดูแล้ว โครงการเป้าหมายของเราคุ้มค่ากว่าที่จะซื้อก็ซื้อได้เลย ไม่ต้องรอ” ดร.โสภณกล่าวทิ้งท้าย
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ
