ส.ไทยรับสร้างบ้าน เผยดีมานด์สร้างบ้านใหม่โดยรวมในช่วงไตรมาส 2 ทรงตัว แต่แนวโน้มความต้องการในกรุงเทพฯ –ปริมณฑลปรับตัวดีขึ้นและส่อแววเติบโตในช่วงที่เหลือของปี
นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่าภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านทั่วประเทศในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมาพบว่า ปริมาณความต้องการสร้างบ้านหลังใหม่และกำลังซื้ออยู่ในภาวะทรงตัว หรือเติบโตเพียงแค่ร้อยละ 2 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสแรกของปีนี้
โดยเมื่อสำรวจข้อมูลแยกตามภูมิภาคพบว่า มูลค่าตลาดรับสร้างบ้านภาคกลางมีการขยายตัวมากที่สุด รองลงมาเป็นภาคอีสาน ภาคเหนือ ขณะที่มูลค่าตลาดภาคใต้และกรุงเทพฯ ชะลอตัวหรือขยายตัวอยู่ในอันดับท้ายๆ เช่นเดียวกับไตรมาสแรก
อย่างไรก็ดี ในช่วงท้ายไตรมาส 2 พบว่าปริมาณและมูลค่าตลาดรับสร้างบ้านในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เริ่มปรับตัวได้ดีกว่าในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ สาเหตุเป็นเพราะผู้บริโภคเริ่มคลายกังวลกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ในขณะที่ผู้ประกอบการพากันโหมกิจกรรมทางการตลาดเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อให้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ สมาคมฯ เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังนี้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายจะกลับสู่ภาวะปกติส่งผลให้ตลาดรับสร้างบ้านในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะกลับมาเติบโตได้ดี ก่อนที่ต้นทุนก่อสร้างและราคาบ้านจะมีการปรับราคาขึ้นอีกครั้งเมื่อภาพรวมงานก่อสร้างอาคารและสาธารณูปโภคต่างๆ ของภาครัฐและเอกชนจะกลับมาขยายตัวอีกครั้งในช่วงต้นปีหน้า
“ยังมีปัจจัยลบที่กลุ่มผู้ประกอบการหรือบริษัทรับสร้างบ้านต้องแบกรับความเสี่ยงอยู่คือ ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ซึ่งถือเป็นอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการแต่ละรายรับงานสร้างบ้านได้จำนวนจำกัด อย่างไรก็ดี จะเห็นว่ามีการปรับตัวของผู้ประกอบการในธุรกิจรับสร้างบ้านในระยะ 1-2 ปีนี้ ซึ่งจะเป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นถึงทิศทางการแข่งขันในอนาคตว่าธุรกิจรับสร้างบ้านที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็น SMEs มีแนวโน้มจะเปลี่ยนสู่อุตสาหกรรมการผลิตบ้านที่แข่งขันและครองตลาดโดยผู้ประกอบการขนาดใหญ่ในอนาคตอันใกล้นี้ก็เป็นได้ ด้วยเพราะประเทศไทยเราประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานหนักขึ้นเรื่อยๆ เฉกเช่นเดียวกับประเทศที่กำลังพัฒนาและพัฒนาแล้วหลายๆ ประเทศที่เคยเผชิญปัญหามาก่อน” นายสิทธิพรกล่าว
สำหรับแนวโน้มปริมาณและมูลค่าตลาดรับสร้างบ้านในช่วงไตรมาส 3 นายสิทธิพรฟันธงว่าตลาดจะขยายตัวได้ดีกว่าในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ โดยเฉพาะหากว่าผู้ประกอบการช่วยกันกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคมากขึ้นในระยะนี้ แม้ว่าจะไม่มีปัจจัยบวกทางด้านเศรษฐกิจ
“กลุ่มผู้บริโภคที่เลือกใช้บริการกับบริษัทรับสร้างบ้านนั้น พฤติกรรมโดยส่วนใหญ่นิยมใช้เงินออมหรือเงินสดมากกว่าจะกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งก็มีการวางแผนที่จะสร้างบ้านมาล่วงหน้านานนับปีแล้ว ดังนั้น ปัจจัยทางเศรษฐกิจจึงอาจไม่มีผลต่อการตัดสินใจสร้างบ้านอย่างเป็นนัยสำคัญ โดยสมาคมฯ คาดว่ากำลังซื้อกลุ่มผู้บริโภคในกรุงเทพฯ และจังหวัดในภาคใต้จะฟื้นกลับมาอีกครั้งหลังจากซบเซามานาน” นายสิทธิพรกล่าวทิ้งท้าย
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
