[บทความประชาสัมพันธ์พิเศษ] “ถ้ามีเงินก้อนโตสำหรับการลงทุนในชีวิตก็คงดี?” คำถามนี้มักเกิดขึ้นกับมนุษย์เงินเดือนยุคใหม่ที่กำลังอยากนำเงินจำนวนมากไปต่อยอดชีวิตและสร้างอนาคตให้กับตนเอง เพราะเพียงรายได้ทางเดียวอย่างเงินเดือนคงไม่เพียงพอที่จะนำไปลงทุนหรือซื้อของชิ้นใหญ่ภายในเดือนสองเดือนแน่ๆ ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ก็คือ “การขอสินเชื่อ” แต่จงจำไว้ว่าการขอสินเชื่อนั้นเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาและไม่ง่ายอย่างที่คิดโดยเฉพาะการขอสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกัน
หลายธนาคารได้มีการออกแบบสินเชื่อเฉพาะทางให้กับผู้กู้ตามวัตถุประสงค์ในการกู้เงิน ไม่ว่าจะเป็น สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อเพื่อการลงทุน เชื่อส่วนบุคคล และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย แต่ท้ายที่สุดแล้วความต้องการทางด้านการเงินของคนเราก็มีความแตกต่างกันไป ดังนั้นก่อนที่คิดจะขอสินเชื่อหรือกู้เงินจึงจำเป็นต้องประเมินศักยภาพตัวเองและศึกษาผลิตภัณฑ์การขอสินเชื่อต่างๆ ให้ดีก่อน ซึ่งในปัจจุบันการขอสินเชื่อนั้นจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ด้วยกันคือ
1.การขอสินเชื่อแบบไม่ใช้หลักประกัน
สินเชื่อแบบไม่ต้องใช้หลักประกันที่พบเห็นกันได้ในสังคมปัจจุบัน จนเรียกได้ว่าใครไม่มีก็ถือว่าเชย จากการเป็นผู้นำทางด้านแฟชั่นทางการเงินไปแล้วก็คือ บัตรเครดิต หนึ่งตัวอย่างของสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็นต้องใช้หลักประกัน โดยส่วนใหญ่ธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตให้จะไม่ได้รับอะไรเป็นหลักประกันจากผู้ขอบัตรเครดิต แต่จะพิจารณาจากสลิปเงินเดือน อายุการทำงาน และความมั่นคงของบริษัทเท่านั้น โดยปัจจุบันสินเชื่อแบบไม่ใช้หลักประกันจะมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 20 ต่อปี ซึ่งถือว่าอัตราดอกเบี้ยสูงพอสมควร ดังนั้นคนส่วนใหญ่ที่ขอสินเชื่อส่วนบุคคลตัวนี้จึงไม่ได้ต้องการใช้เงินจำนวนมาก
2.การขอสินเชื่อแบบใช้หลักประกัน
สินเชื่อที่ต้องใช้หลักประกันส่วนใหญ่จะได้รับอนุมัติวงเงินที่สูงจากการประเมินราคาทรัพย์สิน ยกตัวอย่างง่ายๆ หากเราขอสินเชื่อบ้าน และกำลังผ่อนบ้านอยู่ บ้านของเราถือเป็นหลักประกันสำหรับการขอกู้ครั้งนี้ ในกรณีที่เราไม่สามารถผ่อนชำระค่างวดต่อไหว ธนาคารก็จะยึดบ้านของเราได้
สินเชื่อแบบใช้หลักประกันนี้จะมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อแบบไม่ใช้หลักประกัน โดยจะมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 6-7% ต่อปีเท่านั้น แต่ด้วยจำนวนเงินที่มากกว่าการอนุมัติบัตรเครดิตหลายเท่าตัว หรือ เป็นการอนุมัติเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุน หรือ ซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่างๆ และมีการผ่อนชำระค่างวดที่ยาวนานถึง 30 ปี อัตราดอกเบี้ยจึงมีมูลค่าที่สูงพอสมควร แต่แท้จริงแล้วมีดอกเบี้ยน้อยกว่ากับการขอสินเชื่อแบบไม่ใช้หลักประกันครึ่งๆ เลยทีเดียว
แต่มันจะดีกว่าไหมถ้าคุณสามารถนำหลักทรัพย์อสังหาริมทรัพย์ประเภท บ้าน คอนโด ทาวเฮาส์ที่ปลอดภาระมาค้ำประกันเงินกู้ เพื่อรับเงินก้อนโตไปเตรียมความพร้อมให้กับตัวเองในอนาคตได้อย่างรวดเร็ว และไม่จำเป็นต้องทราบวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อเงิน โดยปัจจุบันหนึ่งในโปรดักส์ที่น่าสนใจของสถาบันทางการเงินสำหรับการขอสินเชื่ออเนกประสงค์โดยการนำบ้านไปแลกเงินหรือใช้บ้านในการค้ำประกันก็คือ บริการสินเชื่อ ยูโอบี แคชทูโฮม (UOB Cash to Home)
บริการสินเชื่อ ยูโอบี แคชทูโฮม (UOB Cash to Home) หนึ่งในสินเชื่ออเนกประสงค์ของทางธนาคาร ยูโอบี ที่เปลี่ยนบ้านเป็นเงิน อนุมัติเร็วทันใจ รับเงินไว จนใครๆ ก็ชอบ จึงทำให้สินเชื่ออเนกประสงค์ตัวนี้ของยูโอบีมีความน่าสนใจสำหรับบุคคลที่ต้องการนำบ้านมาเพิ่มอำนาจทางการเงิน เพื่อเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ สำรองเงินสดไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน วางแผนอนาคตครอบครัว ตลอดจนซื้อของชิ้นโตก็ตาม ทั้งหมดนี้ไม่ว่าคุณจะนำเงินไปใช้ทางด้านไหนก็ตาม ยูโอบี แคชทูโฮม ก็สามารถให้เงินก้อนใหญ่กับคุณได้โดยไม่ต้องรู้เหตุผล ซึ่งต่างจากหลายธนาคารที่นอกจากจะต้องการเหตุผลมากมาย ยังมีการป้องกันหนี้เสียด้วยการหาผู้มาค้ำประกันเพิ่มเติมอีกด้วย จนบางทีด้วยเงื่อนไขต่างๆ ทำให้การกู้เงินสักก้อนเพื่อไปสานฝันของมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ เป็นเรื่องยาก
หลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าสินเชื่ออเนกประสงค์ตัวนี้คืออะไร ดีกว่าสินเชื่อเฉพาะทางอื่นๆ อย่างไร โดยข้อดีหลักๆ ของสินเชื่อ ยูโอบี แคชทูโฮม นี้สามารถมอบอภิสิทธิ์ทางการเงินให้กับผู้ประกอบการหรือผู้มีเงินเดือนประจำที่มีรายได้มากกว่า 30,000 บาทขึ้นไป กู้ได้สูงสุดตั้งแต่ 500,000 – 50 ล้านบาท อีกทั้งยังสามารถเลือกวงเงินแบบผ่อนชำระทุกเดือน วงเงินเบิกเกินบัญชี หรือวงเงินแบบผสม ก็ได้เช่นกัน ระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 30 ปี
จากข้อดีของการเลือกประเภทวงเงินได้ถึง 3 รูปแบบ สิ่งที่แตกต่างจากธนาคารอื่นๆ ก็คือ เงินจากการขอสินเชื่อสามารถนำไปหมุนเวียนและการผ่อนชำระสามารถส่งผ่อนชำระได้เป็นงวดๆ ตามระยะเวลาสูงสุดดังกล่าว ซึ่งในระหว่างนั้นคุณอาจจะประสบปัญหาทางการเงินไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาล การต่อยอดทางธุรกิจ หรือ กระทั่งการใช้เงินไปชำระหนี้สินอื่นๆ ก็ตาม ด้วยการขอสินเชื่อที่ง่ายกว่าปอกกล้วยนอกจากระยะเวลาและวงเงินกู้ที่สูงถึง 80% ของการประเมินแล้ว การไม่จำกัดวัตถุประสงค์ในการขอสินเชื่อก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สามารถทำให้ทุกคนได้รับการอนุมัติที่รวดเร็ว ว่องไว สามารถใช้เงินได้ทันที
บางธนาคารในแง่ของการปล่อยสินเชื่อที่มีหลักประกันเป็นที่อยู่อาศัยจะต้องทำการประเมินวัตถุประสงค์ในการขอกู้ รวมถึงประเมินราคาที่อยู่อาศัย และมีการอนุมัติเงินกู้นานสุดถึง 3 เดือนเลยทีเดียว ซึ่งในปัจจุบันสินเชื่อที่เป็นสินเชื่อระยะยาวสามารถขอชำระค่างวดได้สูงสุดถึง 30 ปี ไม่เพียงแต่เป็นสินเชื่อที่ต้องมีระยะเวลาชำระที่ยาวนานเท่านั้น แต่สินเชื่อประเภทนี้มักการปล่อยสินเชื่อในวงเงินที่สูง ทำให้ต้องมีกระบวนการพิจารณาที่ค่อนข้างนานและมีความยากในการจะปล่อยสินเชื่อให้อนุมัติผ่านง่ายๆ ส่วนใหญ่การขอสินเชื่อในระยะเวลาการชำระหนี้ตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปมักเป็นการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ใช้เงินจำนวนมาก หรือ เป็นการบริโภคสินค้าประเภทบ้านและที่ดิน การอนุมัติสินเชื่อจึงเป็นเรื่องยาก แต่กับสินเชื่ออเนกประสงค์ ยูโอบี แคชทูโฮม กลับถูกพัฒนาออกมาให้ตอบโจทย์กลุ่มคนที่ต้องการเงินก้อนใหญ่จริงๆ ไม่เพียงเจ้าของธุรกิจ แต่พนักงานประจำมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ ก็สามารถทำการขอสินเชื่อตัวนี้ได้ หากมีหลักทรัพย์ที่อยู่อาศัยปลอดภาระมาค้ำประกัน
ยูโอบี แคชทูโฮม ไม่เพียงแต่ไวเท่านั้น แต่ทำให้ผู้ขอสินเชื่อได้รับเงินชนิดไม่ต้องรอนาน ด้วยการบริการแบบ “จัดไวถึงที่ บริการถึงบ้าน” ง่ายๆ ภายใน 3 ขั้นตอน ด้วยการบริการรับส่งเอกสารถึงบ้าน อนุมัติเร็วรับเงินไว และไม่จำกัดวัตถุประสงค์การกู้ เพียงแค่นี้ก็ทำให้การขอสินเชื่อเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน
สามารถสมัคร ยูโอบี แคชทูโฮม (UOB Cash To Home) ได้ที่ ธนาคารยูโอบี (UOB) ทุกสาขา หรือ โทรติตต่อฝ่ายงานการขายสินเชื่อเคหะ 0-2093-2020
Cash To Home : บริการสินเชื่อ ยูโอบี แคชทูโฮม (UOB Cash to Home)
อัพเดท ข่าวอสังหาริมทรัพย์ สดใหม่ทุกวัน พร้อมส่งตรงถึงอีเมล์ของคุณฟรี สมัครได้ที่นี่ หรือหากคุณกำลังมองหาบ้าน คอนโด ก็สามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน


