กู้แบงค์ซื้ออสังหาฯอย่างไรให้กู้ได้สูงๆ...ตอนจบ

26 มี.ค. 2556

นิรุทธ์ พรมบุตร
 
หลังจากที่ในตอนที่1เราได้จัดการเตรียมหลักฐานทุกอย่างพร้อมกู้แล้ว ในตอนนี้เราจะมาว่ากันถึงเคล็ดลับในการกู้ให้ได้วงเงินสูงๆ กันต่อ
 
การกู้ที่จะได้วงเงินสูงนั้นมีหลักง่ายๆ อยู่ 2 ประการ คือ ตัวคุณเองต้องมีเครดิตดี และหลักทรัพย์ที่จะใช้ค้ำประกันการกู้ของคุณต้องมีราคาสูง เต็มตามที่ควรจะเป็น ซึ่งเราจะมาลงรายละเอียดทั้งสองประเด็นดังนี้ 
 
  • เครดิตของคุณเอง
    หากคุณไม่แน่ใจเรื่องเครดิตของคุณเองว่า ติดยอดหนี้ ติดยอดค้างอะไรก็ควรจะไปเช็คเสียก่อนเพราะว่า ข้อมูลจาก NCB (เรียกให้มันเท่ห์เข้าไว้) จริงก็คือ สำนักงานเครดิตแห่งชาติ  ซึ่งธนาคารทุกแห่ง รวมถึงสำนักการเงิน สถาบันการเงินอื่นๆ จะใช้ข้อมูลจาก NCB เป็นด่านตรวจสอบด่านแรกเลย มีหลายคนที่มีปัญหา ไม่สามารถกู้ธนาคารได้ ทั้งที่มีรายได้ดีมาก statement สม่ำเสมอ แต่ธนาคารไม่อนุมัติ สอบถามธนาคารก็ไม่สามารถตอบให้กระจ่างได้ (เนื่องจาก ไม่มั่นใจเรื่องการเปิดเผย ข้อมูลของลูกค้า) นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าตัวเองไปเป็นหนี้เสียที่ไหน สุดท้าย ไปเช็คที่ NCB ก็พบว่ามียอดค้างเป็นเศษบาท เศษสตางค์ กับบัตร เครดิต ใหญ่แห่งหนึ่งที่ปิดบัญชีไปแล้ว แต่ผิดพลาดทางเทคนิค กว่าจะเคลียร์กันได้ ก็ใช้เวลาหลายเดือนต่อมา เนื่องจาก NCB อ้างว่าไม่สามารถแก้ไขได้เอง ต้องประสานกับเจ้าของ ข้อมูล อีกหลายรอบ รอรอบบัญชี รอส่งข้อมูล…รอ…ไงละ ฟังแล้วจะ เครียด หรือจะขำดี 
วิธีที่จะทำให้เครดิตของคุณดี 
เมื่อเช็คกับ NCB เรียบร้อยแล้ว คุณก็จะทราบเลยว่าตัวเองมีหนี้ในสายตาธนาคารอย่างไรบ้าง เมื่อผลอออกมา หลายคนจะเห็นได้ว่า “หนี้” หลายอย่างๆ ไม่ได้โชว์ทั้งหมด เช่น หนี้รถยนต์จากไฟแนนซ์บางแห่ง เงินกู้-เงินผ่อนบางตัว รวมถึงหนี้อาบังนอกระบบทั้งหลาย (เพราะไม่ได้เป็นสมาชิก NCB หรือ บางทีข้อมูลยังไม่อัพเดท) 
 
สำหรับที่ไม่โชว์เลยก็ถือว่าคุณยังเป็นผู้มีเครดิตดีมากในสายตาธนาคารแล้ว ส่วนคนที่มีหนี้ยิบย่อยทั้งหลายทำอย่างไร คำแนะนำคือ ถ้าเป็นยอดที่ใกล้จะหมดแล้ว และหนี้ไม่มากมายนัก ก็ควรจะปิดบัญชี เคลียร์หนี้ให้หมดไปเลยเพื่อให้ยอดสวย เมื่อคุณปิดแล้ว ประมาณ 3 เดิอน (เป็นอย่างน้อย) ยอดที่ปิดบัญชี ถึงจะหายไป (ตามระบบ ของ NCB) 
 
คุณควรจะไปเช็คที่ NCB อีกครั้งหนึ่งเพื่อความชัวร์ นี่เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้ยอดกู้ของคุณสูงขึ้นได้ 
Bank Statement 
เป็นหลักฐานสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ธนาคารใช้พิจารณา คือ ต้องให้บัญชีเดินสม่ำเสมออย่างน้อยที่สุด 6 เดือน ฝากมากกว่าถอน มียอดเงินออมให้มากเข้าไว้ (เทคนิค อีกอย่างหนึ่งก็คือ บางคนยืมเงินแม่มาเข้าบัญชีไว้เยอะๆ ให้ช่วงก่อนกู้ พอกู้เสร็จ แล้วก็ค่อยโยกบัญชีกลับไป) ธนาคารไม่สนหรอกครับว่าคุณไปยืมเงินใครมา แต่ถ้าคุณมีความสามารถไปกู้ยืมเขาได้้ก็แสดงว่า เครดิตคุณใช้ได้ 
หลักฐานการประกอบการกู้อื่นๆ 
โดยเฉพาะผู้ทำธุรกิจส่วนตัว นอกจาก Statement บัญชีออมทรัพย์ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกิจการอื่นๆ คุณควรเตรียมตัว ให้พร้อม ไม่ต้องให้ธนาคารคอยทวงถาม เพื่อให้ธนาคารมั่นใจ เช่น ใบจดทะเบียนบริษัท หลักฐานการเสียภาษี บัญชีกระแสรายวัน รูปถ่ายของกิจการ บัญชีรายชื่อลูกค้า ผู้อ้างอิง ใบส่งของ รวมถึงหลักทรัพย์อื่นๆ  รถยนต์ บ้าน ที่ดิน เพื่อที่จะให้ธนาคารมั่นใจ ในเครดิตของคุณเอง คะแนนตรงนี้มีเพิ่มแน่นอน อย่าละเลยไป 
ส่วนถ้าหากว่า เมื่อคุณกู้คนเดียว แสดงหลักฐานเต็มที่แล้ว ยอดกู้ยังได้ไม่ดีพอกับที่ต้องการ กำลังภายในหมด ก็ต้องใช้กำลังภายนอก คือ หา “ผู้กู้ร่วม” มาเพิ่ม ซึ่งยังคงต้องใช้หลักการเช็คเครดิตเบื้องต้นแบบเดียวกัน โดยทั่วไปธนาคารจะเน้น เฉพาะที่เป็นญาติสนิทเป็นหลัก 
  • ทำอย่างไรให้หลักทรัพย์ที่ซื้อประเมินได้สูง?
    นอกจากการทำให้เครดิตของตัวคุณเองดีแล้ว หลักทรัพย์ที่จะซื้อหรือใช้ค้ำประกันการกู้กับธนาคารก็เป็นหัวใจสำคัญอีกตัวหนึ่ง เช่น คุณอาจจะกู้ได้ถึง 3 ล้าน และถ้าคุณซื้อบ้านราคา 3 ล้าน หลักทรพย์ประเมินได้ 3 ล้าน ท่านก็จะกู้ได้ 80% เต็มตามสิทธิ์ แต่ถ้า ตัวหลักทรัพย์ประเมินได้ต่ำกว่ากว่า 3 ล้าน เช่น ประเมินได้แค่ 2.8 ล้าน คุณอาจจะกู้ได้แค่ 2.4 ล้าน เป็นต้น 
เลือกซื้อทรัพย์สินอย่างไร ถึงจะประเมินได้สูง?
  • เปรียบเทียบกับราคาทั่วไป ไม่ควรสูงกว่าราคาตลาด ถ้าต่ำกว่าราคาทั่วไปได้ก็จะดีมาก 
  • ถ้าเป็นบ้านมือสอง ควรจะต้องปรับปรุงให้สภาพดีเสียก่อน (ตกลงกับผู้ขายในตอนทำสัญญาจะซื้อจะขาย ควรขอเข้าไปปรับปรุงให้มีสภาพดี ก่อนยื่นกู้ ประเมิน) เพราะถ้าหลักทรัพย์สภาพไม่ดี ราคาก็จะต่ำกว่าปกติ 
  • หาข้อมูลอ้างอิงราคา ข้อมูลเหล่านี้ คุณสามารถอ้างอิงให้ข้อมูลแก่บริษัทประเมินได้ รวมทั้งการอุทธรณ์กับธนาคารในกรณีที่บริษัทประเมินประเมินต่ำเกินจริง 
 
 
เกี่ยวกับผู้เขียน
นิรุทธ์ พรมบุตร เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของเว็บไซต์ @Home Property ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาบริษัท เครือแอทโฮม จำกัด นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้ช่วยคณบดี ฝ่ายอาคารสถานที่และกายภาพ 
 
 
เรื่องอื่นที่น่าสนใจ
เขียนความเห็น