โจนส์แลงฯ ชี้ดีเวลลอปเปอร์หันมาให้ความสนใจต่อที่ดินแปลงใหญ่ของภาครัฐมากขึ้น หลังที่ดินใจกลางกรุงเริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆ แนะควรทำการศึกษาตลาดให้ดีก่อนพัฒนาโครงการ
นายแดน ตันติสุนทร ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย โจนส์ แลง ลาซาลล์ กล่าวว่า ความสนใจของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีต่อที่ดินแปลงใหญ่ของภาครัฐฯ ได้ห่างหายไปเป็นเวลานานหลายปีนับตั้งแต่ประเทศไทยประสบวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จนกระทั่งต่อมาเมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจึงเริ่มมีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นให้เห็นอีกครั้ง
โดยในปี 2548 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้เปิดประมูลให้เช่าระยะยาวสำหรับที่ดินแปลงที่เป็นที่ตั้งของเป็นสวนลุมไนท์บาซาร์ ขนาด 50 ไร่ แต่กระแสเกี่ยวกับโอกาสการพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ต่างๆ ดังกล่าว ได้ชะลอตัวลงอีกครั้งหลังเกิดความผันผวนทางการเมืองขึ้น ตามมาด้วยวิกฤตการณ์ทางการเงินโลก
“ในช่วงราวหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมา สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น และเศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวในระดับที่แข็งแกร่ง ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ที่กระแสการพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่เหล่านี้จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง” นายแดนกล่าว
การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ ในกรุงเทพฯ มีการขยายตัวออกไปตามแนวระบบขนส่งมวลชนความเร็วสูง ตามแรงผลักดันของดีมานด์จากภาคธุรกิจ ศูนย์การค้าและที่อยู่อาศัย ซึ่งล้วนต้องการอยู่ใกล้กับสถานีระบบขนส่งมวลชน ในขณะที่ที่ดินแปลงใหญ่ของภาครัฐเหล่านี้ มีหลายแปลงที่ตั้งอยู่ติดกับระบบขนส่งมวลชนความเร็วสูง จึงมีศักยภาพสูงมากสำหรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์
ตัวอย่างแปลงที่ดินที่เด่นๆ ได้แก่ แปลงที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ที่ตั้งอยู่ใกล้สวนลุมพินี และอีกแปลงบนถนนรัชดาภิเษก แปลงที่ดินของการรถไฟบริเวณมักกะสันและสถานีแม่น้ำ และแปลงที่ดินติดริมแม่น้ำของการท่าเรือบริเวณคลองเตย ดังนั้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่ดินแปลงต่างๆ เหล่านี้ ควรมีการประเมินความเป็นไปได้สำหรับการนำที่ดินเหล่านี้มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์
แม้ที่ดินแปลงต่างๆ เหล่านี้จะมีข้อดีอยู่มาก แต่เมื่อต้องมีการนำมาพัฒนาเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ จำเป็นจะต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้อย่างรอบคอบ การวางแผนพัฒนาโครงการต้องคำนึงถึงซัพพลายที่ตลาดจะสามารถรองรับได้ในช่วงเวลาที่โครงการจะเปิดตัวหรือสร้างเสร็จ
นายแดนกล่าวว่า “เราศึกษาตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ทั่วโลก ถึงปริมาณซัพพลายที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ จะสามารถรับได้ การศึกษาข้อมูลดังกล่าวเป็นแนวทางหนึ่งในการที่จะบอกได้ว่า การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใดๆ บนที่ดินแปลงใหญ่ต่างๆ ดังกล่าวมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอย่างกรุงเทพฯ”
“เมืองชั้นนำทั่วโลกต่างพากันมองหาโอกาสที่นำที่ดินในทำเลศักยภาพมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่นเดียวกับกรุงเทพฯ ดังนั้น การพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่ดีทั่วกรุงเทพฯ จึงเป็นสิ่งที่มีความเหมาะสม ซึ่งจะเป็นการช่วยให้เมืองมีการพัฒนาด้วย แต่ทั้งนี้ ฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ต้องทำให้มั่นใจได้ว่า แปลงที่ดินเหล่านี้มีการใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด และการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ใดๆ บนที่ดินเหล่านี้ มีความสอดคล้องกับปัจจัยต่างๆ ในตลาด เพื่อความสำเร็จที่ยั่งยืนของโครงการ” นายแดนสรุป
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ