ศุภาลัยปรับทาร์เก็ตยอดขายปี 56 เป็น 26,000 ล้านบาท รับดีมานด์ที่อยู่อาศัยที่กำลังโตต่อเนื่อง
นายอธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI เปิดเผยว่าบริษัทได้ปรับเป้ายอดขายของปีนี้ จากเดิมที่ตั้งไว้ 23,000 ล้านบาท เป็น 26,000 ล้านบาท เนื่องจากคาดว่าความต้องการที่อยู่อาศัยของตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2555 ที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับเป้ายอดขายจาก 18,000 ล้านบาท เป็น 19,000 ล้านบาท แต่รายได้จริงที่ทำได้นั้นสูงถึง 21,322 ล้านบาท
โดยในปีนี้ บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่จำนวน 25 โครงการ มูลค่าค่าโครงการรวม 2.5 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วยโครงการแนวราบทั้งในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และต่างจังหวัดจำนวน 16 โครงการและคอนโดมิเนียมจำนวน 9 โครงการ
นอกจากนี้ บริษัทได้เตรียมงบสำหรับจัดซื้อที่ดินในปีนี้ไว้ประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยกำหนดแผนงานการพัฒนาโครงการใหม่ในหัวเมืองจังหวัดต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในโครงการที่ดำเนินการอยู่แล้ว ได้แก่ สงขลา ภูเก็ต ขอนแก่น เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี และชลบุรี อีกทั้งเตรียมขยายการลงทุนโครงการใหม่ที่จังหวัดอุดรธานี และระยอง โดยตั้งเป้าหมายสัดส่วนยอดขายปี 2556 ประมาณ 28.5% เพิ่มเติมจาก 25% ในปี 2555 และตั้งเป้าการเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 30% ในปี 2557 รวมถึงสนใจการลงทุนในจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ อุบลราชธานี, เชียงราย, พิษณุโลก, มหาสารคาม และนครศรีธรรมราช เป็นต้น
สำหรับการพัฒนาโครงการในต่างประเทศนั้น บริษัทได้เตรียมลงทุนราว 2,000 ล้านบาทเพื่อขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ พม่า ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ซึ่งคาดว่าจะมีรายละเอียดของการพัฒนาที่ชัดเจนขึ้นภายในปีนี้
ปัจจุบัน บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาประมาณ 70 โครงการ ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองต่างจังหวัด รวมจำนวน 24,500 หน่วย คิดเป็นมูลค่าประมาณ 76,000 ล้านบาท โดยมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ประมาณ 31,257 ล้านบาท
นายประทีป กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2556 แม้จะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน ต้นทุนการก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ค่าจ้างแรงงาน ค่าขนส่ง พลังงาน วัสดุก่อสร้าง และราคาที่ดินที่แพงขึ้น แต่ยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยจากอัตราดอกเบี้ยอยู่ในสภาวะทรงตัว อีกทั้งดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีการปรับตัวสูงขึ้น ย่อมส่งผลให้โครงการคอนโดมิเนียมในหัวเมืองต่างจังหวัด รีสอร์ท และบ้านพักตากอากาศ มีแนวโน้มการเติบโตมากขึ้นเช่นกัน ตลอดจนสำนักงานให้เช่าก็มีแนวโน้มเติบโตดีขึ้น เนื่องจากบริษัทต่างๆ มีการขยายธุรกิจเพิ่มขึ้น จึงมีความต้องการอาคารสำนักงานให้เช่าเพื่อรองรับการเจริญเติบโตของบริษัทต่อไป
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ