ประเภทของอสังหาฯเพื่อใช้ในการซื้อลงทุน

5 เม.ย. 2556

นิรุทธ์ พรมบุตร
 
เนื่องจากบ้านและที่ดินมีอยู่หลายประเภท  แต่ละประเภทก็มีลักษณะเฉพาะตัวเหมาะสมกับการลงทุนแตกต่างกัน  ดังนั้นผู้ลงทุนในบ้านและที่ดินจึงมีความจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกประเภทบ้านให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ด้วย
 
ทั้งนี้ บ้านที่มีอยู่ในปัจจุบันอาจแยกออกได้เป็น 8 ประเภทด้วยกัน ได้แก่
 
1.  บ้านเดี่ยว 
เป็นรูปแบบที่อยู่อาศัยที่มีคนนิยมมากที่สุด ลักษณะเป็นบ้านตั้งอยู่เดี่ยวๆ  มีเนื้อที่กว้างขวาง รั้วรอบขอบชิด  ทำให้ผู้อาศัยได้บรรยากาศของความเป็นส่วนตัว  และห่างไกลจากการรบกวนของเพื่อนบ้าน  บ้านประเภทนี้โดยปกติจะมีขนาดใหญ่-เล็กแตกต่างกัน สามารถตกแต่งได้ในรูปแบบต่างๆ  ตามฐานะและรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของ
 
2.  อาคารพาณิชย์หรือตึกแถว  
เป็นแบบบ้านอีกลักษณะหนื่งที่ได้รับความนิยมมากในแถบชุมชนเมือง  เพราะนอกจากจะใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้แล้ว  ยังสามารถดัดแปลงให้เป็นสถานที่ทำการค้าหรือธุรกิจได้ด้วย  อาคารแบบนี้มักมีเนื้อที่แคบ  จึงนิยมก่อสร้างหลายชั้น
 
3. ทาวน์เฮาส์ 
เป็นบ้านที่มีลักษณะเหมือนตึกแถว บ้านประเภทนี้มักตั้งอยู่ในเมือง  ต่างกับตึกแถวตรงที่มีบริเวณหน้าบ้านจัดเป็นสวนขนาดย่อมและจอดรถได้  ทาวน์เฮาส์ส่วนใหญ่มักเป็นแบบ  2-3  ชั้น  ใช้เนื้อที่ค่อนข้างน้อย  เนื่องจากที่ดินในเมืองมีราคาแพง
 
4. แฟลตหรืออาพาร์ทเมนท์ 
เป็นที่อยู่อาศัยที่มีลักษณะคล้ายอาคารพาณิชย์  คือมีหลายชั้น แบ่งเป็นหลายยูนิต วัตถุประสงค์เพื่อให้เช่า  ปกติแล้วที่อยู่อาศัยแบบนี้  ค่าเช่ามักสูงเพราะตั้งอยู่ในทำเลที่ดีและมีสิ่งอำนวยความสะดวก  ความปลอดภัยครบ
5.  คอนโดมิเนียม หรืออาคารชุด
เป็นอาคารที่มีหลายชั้น  แต่ละชั้นแบ่งเป็นห้องชุดจำนวนมาก  ซึ่งภายในห้องประกอบด้วยห้องนอน  ห้องรับแขก  ห้องน้ำ  ฯลฯ อาคารชุดแต่ละแห่งมักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน  โดยทั่วไปแล้วอาคารชุดจะตั้งอยู่ในกลางเมือง  หรือในที่ชุมชนที่มีการคมนาคมสะดวก  อาคารชุดมีหลายประเภท  ทั้งประเภทที่อยู่อาศัย (Residential  Condominium)  และประเภทสำนักงาน  (Office  Condominium)  ผู้ซื้ออาคารชุดจะมีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของอาคารชุดของตน  และมีกรรมสิทธิ์ร่วมในทรัพย์สินส่วนกลาง  อันได้แก่ ห้องโถง  ที่จอดรถ  ลิฟต์  สนาม  และทางเดิน  เป็นต้น  ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการดูแลทรัพย์สินส่วนกลาง  ผู้เป็นเจ้าของอาคารชุดจึงต้องร่วมกันรับผิดชอบ
6. สหกรณ์เคหสถาน 
เป็นที่อยู่อาศัยแบบสหกรณ์  ลักษณะเป็นอาพาร์ทเมนท์เพล็กซ์  คล้ายคอนโดมิเนียม  ที่อยู่อาศัยประเภทนี้  เกิดขึ้นโดยผู้ต้องการที่อยู่อาศัยจะลงทุนซื้อหุ้นของสหกรณ์และสหกรณ์จะนำเงินนั้นไปซื้อที่ดินและสร้างอาคารให้สมาขิกได้เช่าอยู่  สมาชิกต้องช่วยกันออกค่าบำรุงรักษา  ซ่อมแซม  ค่าภาษี  สมาชิกแต่ละหน่วย  มีสิทธิ์ออกเสียงได้หนึ่งเสียงในการเลือกตั้งกรรมการบริหาร
 
7.  บ้านเคลื่อนที่ หรือ Mobile  Home 
บ้านประเภทนี้  ในเมืองไทยมักไม่ค่อยคุ้นเคยกัน  แต่ในต่างประเทศมีมานานแล้ว  ลักษณะเป็นบ้านที่สร้างสำเร็จรูปจากโรงงาน  และย้ายมาติดตั้งในทำเลที่กำหนดให้เป็นพื้นที่ของบ้านเคลื่อนที่  ผู้ที่เริ่มตั้งครอบครัวใหม่นิยมอยู่บ้านเคลื่อนที่  เพราะราคาไม่แพงนัก  บางคนก็ใช้บ้านเครื่องที่เป็นสำนักงานเคลื่อนที่  เช่น  ผู้รับเหมาเวลาไปรับเหมาก่อสร้างตามแหล่งรับเหมาต่างๆ  บ้านแบบนี้สามารถขับเคลื่อนหรือพ่วงกับรถคันอื่นได้  ลักษณะภายในมีเครื่องอำนวยความสะดวกเหมือนบ้านทั่วไป  คือ  มีห้องนอน ห้องเตรียมอาหาร ห้องน้ำ  เพียงแต่ละห้องจะมีขนาดเล็ก สำหรับผู้ที่ชอบท่องเที่ยว บริษัทท่องเที่ยวบางแห่งจะมีรถยนต์ให้เช่า  ซึ่งจะตกตกแต่งภายในเหมือนบ้านอยู่อาศัย  ขับไปท่องเที่ยวในที่ต่างๆ ได้  บ้านลักษณะนี้เรียกว่า Motor  Home  นิยมใช้กันมากตามเมืองท่องเที่ยว  และใช้มากในช่วงของฤดูกาลท่องเที่ยว   ซึ่งผู้ใช้จะสามารถประหยัดค่าโรงแรมที่พักได้มาก เพราะไปกันได้หลายคน  และใช้ได้ในช่วงเวลายาวนานอีกด้วย
 
8. บ้านที่แบ่งเวลาการพักอาศัย  (Time-share Homes)  
ตามชื่อก็บอกลักษณะให้ทราบว่าบ้านประเภทนี้จะมีการแบ่งเวลาหรือหมุนเวียนกันใช้ประโยชน์ในบ้านพักอาศัยดังกล่าว  ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการพักผ่อน เช่น  บ้านพักที่อยู่ตามชายหาด หรือแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ  โดยมีบุคคล  บริษัท หรือโครงการจัดสรรเป็นเจ้าของ  ใครต้องการไปพักผ่อนในช่วงไหน  ก็ขอเช่าใช้บ้านพักในช่วงนั้น  ซึ่งจะมีการแบ่งเวลากันในระหว่างผู้ต้องการใช้  มีตั้งแต่ 1 สัปดาห์ จนถึง 6 เดือน  ราคาค่าเช่าก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง  เป็นต้นว่า ระยะเวลาในการเช่า  ขนาดของบ้าน  ทำเลที่ตั้ง  สิ่งอำนวยความสะดวก  ตลอดตนฤดูกาลของการเช่าพัก
 
ปัจจุบันมีคอนโดมิเนียมบางแห่ง  ซึ่งได้ขายไปแล้วก็ยังให้บริการในลักษณะของ Time Sharing  ด้วย  กล่าวคือขณะหนึ่งขณะใดที่เจ้าของไม่ได้อยู่เอง  ก็มอบหมายให้ผู้จัดการคอนโดมิเนียมนั้นดูแลให้  โดยหาผู้ที่ต้องการพักผ่อนในช่วงดังกล่าวมาเช่าอยู่แทนซึ่งทำให้เจ้าของมีรายได้ในขณะที่ไม่ได้ใช้อยู่อาศัยเอง เพียงแต่จ่ายค่าบริการจัดการดังกล่าวบ้างเท่านั้น  
 
นอกจากนั้น รูปแบบที่เคยมีการดำเนินการกัน ยังมีการขายสถานที่พักตากอากาศในลักษณะของคอนโดฯ  เช่น (Condo chain) กล่าวคือเจ้าของกิจการคอนโดเชน จะมีการจำหน่ายห้องพักตากอากาศ ซึ่งตั้งอยู่ตามสถานที่ตากอากาศหลาย ๆ  แห่ง ผู้ที่ซื้อห้องชุด  ณ  สถานที่ตากอากาศแห่งหนึ่งจะได้ใช้สิทธิในการใช้ห้องพักของโครงการเดียวกันซึ่งตั้งอยู่  ณ  สถานที่ตากอากาศอื่นได้ฟรีปีละกี่วันแล้วแต่ตามที่เจ้าของโครงการกำหนด อย่างไรก็ดีแนวคิดในเรื่อง  Time Share  Home  เป็นเรื่องที่มีแง่มุมทางกฎหมายอยู่หลายเรื่อง ดังนั้นผู้ที่ลงทุนในที่อยู่อาศัยลักษณะนี้ควรจะได้มีการปรึกษาผู้รู้ในด้านกฎหมายอย่างละเอียดเสียก่อน
 
 
เกี่ยวกับผู้เขียน
นิรุทธ์ พรมบุตร เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของเว็บไซต์ @Home Property ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาบริษัท เครือแอทโฮม จำกัด นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้ช่วยคณบดี ฝ่ายอาคารสถานที่และกายภาพ 
 
 
เรื่องอื่นที่น่าสนใจ
เขียนความเห็น