กรณีอาคารอพาร์ทเมนท์9ชั้นทรุดหลังเซียร์รังสิต

2 เม.ย. 2556

ดร.โสภณ พรโชคชัย
 
การทรุดตัวของอาคารขนาดใหญ่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว สิ่งที่พึงดำเนินการก็คือการประกันภัยทางวิชาชีพ (Indemnity Insurance) สำหรับนักวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเพื่อลดทอนความสูญเสียของผู้เกี่ยวข้อง
 
นับตั้งแต่บ่ายวันอาทิตย์ที่ 31 มีนาคม 2556 อาคารอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่งหลังห้างสรรพสินค้าเซียร์สตรีท รังสิต ผมได้ไปดูอาคารดังกล่าว พร้อมกับคณะทำงานของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA และมีความเห็นดังนี้
 
อาคารหลังนี้ตั้งอยู่หลังห้างสรรพสินค้าเซียร์สตรีท ข้างหมู่บ้านภูมรินทร์ ในเขตเทศบาลเมืองคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ห่างจากถนนพหลโยธินประมาณ 800 เมตร เริ่มทรุดตัวลง และทรุดตัวมากดังภาพที่เห็นเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น.  อพาร์ทเมนท์แห่งนี้สูง 7 ชั้น มีชั้นดาดฟ้าที่ต่อเติมแล้ว เป็นอาคารคู่ โดยอาคารหนึ่งทรุดเอียงไปทางด้านเหนือ ประมาณ 10 องศา และด้านตะวันออก ประมาณ 5 องศา 
 
อาคารนี้มีขนาดประมาณ 10,000 ตารางเมตร ค่าก่อสร้างเป็นเงินประมาณ 100 ล้านบาท แต่อาคารตามสภาพก่อนชำรุดน่าจะก่อสร้างไปแล้วประมาณ 70% เพราะงานโครงสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว กำลังอยู่ระหว่างดำเนินงานสถาปัตยกรรมและงานระบบประกอบอาคาร เป็นเงินความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 70 ล้านบาท  หากแล้วเสร็จอาคารนี้น่าจะสามารถให้เช่าได้เป็นเงินปีละ 9.984 ล้านบาท (8 ชั้น ๆ ละ 20 ห้อง ๆ ละ 50 ตารางเมตร เป็นเงินห้องละ 6,500 บาท โดยมีรายได้สุทธิ 80%) หรือมีมูลค่าประมาณ 142.6 ล้านบาท (ณ อัตราผลตอบแทนที่ 7%) ทั้งนี้เงินจำนวนนี้เป็นเพียงการประมาณการเพราะไม่มีผังอาคารประกอบการประเมิน
 
ในการนี้จำเป็นต้องรื้อถอนทั้งอาคารโดยค้ำอาคารด้านทิศเหนือไว้ แล้วค่อย ๆ รื้อถอนทีละชั้น เพื่อความปลอดภัยของอาคารรอบข้าง  อย่างไรก็ตามในกรณีอาคารอีกหลังหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกัน คงต้องมีการตรวจสอบสภาพโดยละเอียดก่อนการใช้งาน
 
สำหรับสาเหตุของการทรุดตัวนี้ อาจมีตั้งแต่ปัญหาในขั้นตอนการออกแบบ หรือในขั้นตอนการก่อสร้างและการควบคุมก่อสร้างอาคาร  ทั้งนี้ก่อนหน้าที่ดินแปลงนี้จะนำมาใช้เป็นอพาร์ทเมนท์นั้น ที่ดินแปลงดังกล่าวมีสภาพเป็นหนองน้ำ และอยู่ในบริเวณที่ถูกน้ำท่วมขังในช่วงปี พ.ศ. 2554 อีกด้วย
 
สิ่งที่ในวงการก่อสร้างควรดำเนินการในอนาคตก็คือการให้บริษัทวิชาชีพที่เกี่ยวข้องการทำประกันภัยทางวิชาชีพ (Indemnity Insurance) ในกรณีการทดสอบสภาพดิน การออกแบบอาคาร การควบคุมการก่อสร้าง และการก่อสร้างอาคาร เป็นต้น เพื่อว่าหากเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดจะได้มีผู้รับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น  ในอนาคตเมื่อประเทศไทยเปิดตลาดตามประชาคมอาเซียน การประกันภัยในวิชาชีพนี้จำเป็นอย่างยิ่งเพราะในประเทศอื่นๆ มีการดำเนินการ และการประกันภัยนี้จะสร้างความน่าเชื่อถือและสร้างตรายี่ห้อสินค้าให้กับบริการทางวิชาชีพของไทยให้แข่งขันได้ในระดับสากลอีกด้วย
 
 
เกี่ยวกับผู้เขียน: ดร.โสภณ พรโชคชัย ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส หรือ AREA ซึ่งเป็นองค์กรที่มีฐานข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ภาคสนามขนาดใหญ่ที่สุดและปรับปรุงให้ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย     
 
เรื่องอื่นที่น่าสนใจ
 
เขียนความเห็น