บิ๊กโปรเจค “ดิ เอนเนอร์จี้ หัวหิน” เดินหน้าการก่อสร้างเต็มสูบ พร้อมส่งมอบเฟส 1 ปลายปี 2557 คาดเพิ่มยอดขายไตรมาส2 เป็น 80%
นายชนก ไชยศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท บ้านราชประสงค์ จำกัด เปิดเผยความคืบหน้าของการพัฒนาโครงการมูลค่า 20,000 ล้านบาท “ดิ เอนเนอร์จี้ หัวหิน” ว่าในช่วงไตรมาสที่ 2 นี้จะดำเนินแผนในเชิงรุก โดยเน้นกิจกรรมการตลาดกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะเพิ่มยอดขายเป็น 80% จากปัจจุบันที่มีผู้ทำสัญญาซื้อห้องชุดไปแล้ว 65% ของจำนวนห้องพักทั้งหมด 6,525 ยูนิต
“เนื้อที่ทั้งหมดของโครงการจะแบ่งเป็นบริเวณส่วนพักอาศัยประมาณ 30% ของพื้นที่ทั้งหมด และส่วนที่เหลืออีกประมาณ 70% จะเป็นพื้นที่เปิดโล่งพร้อมระบบสายไฟฟ้าใต้ดินทั้งโครงการ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับกลุ่มลูกค้าที่จองซื้อห้องชุดไปแล้วและกลุ่มลูกค้าที่กำลังตัดสินใจที่จะเลือกซื้อห้องชุดสำหรับใช้ในการพักผ่อนสำหรับครอบครัวและเพื่อการลงทุนเพิ่มเติม ซึ่งเมื่อโครงการเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะกลายเป็นหนึ่งในโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ในพื้นที่บริเวณหัวหิน-ชะอำ บนพื้นที่รวมประมาณ 180 ไร่ คำนวณคร่าวๆ ก็เท่ากับพื้นที่ของสนามหลวงและสวนจตุจักรรวมกันเลยทีเดียว” นายชนกกล่าว
โครงการดิ เอนเนอร์จี้ หัวหิน ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 180 ไร่ติดถนนเพชรเกษม กม. 211 โดยการก่อสร้างแบ่งเป็น 2 เฟส โดยบริษัทได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างส่วนพักอาศัยเฟส 1 จำนวน 34 อาคารพร้อมกันทั้งหมดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นอกจากโครงการที่อยู่อาศัยแล้ว ภายในโครงการยังมีสปอร์ต คอมเพลกซ์ขนาดใหญ่และฟิตเนส พร้อมส่วนบริการอาหาร เครื่องดื่ม และซูเปอร์มาร์เก็ตครบวงจรขนาด 10,000 ตารางเมตร โดยในส่วนของสปอร์ต คอมเพล็กซ์จะเปิดให้ลูกบ้านเข้าใช้บริการได้ภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้
“เมื่อเจ้าของห้องชุดชำระค่าส่วนกลางปีแรกครั้งเดียวในอัตรา ตารางเมตรละ 50 บาทต่อเดือน และชำระเงินกองทุนส่วนกลางในอัตรา 1,000 บาทต่อตารางเมตรแล้ว บริษัทจะนำเงินดังกล่าวไปรวมกับเงินสมทบของบริษัทอีกในอัตรา 1,000 บาทต่อตารางเมตร จำนวนเงินก่อตั้งกองทุนนิติบุคคลอาคารชุดทั้ง 3 ส่วนรวมกันจะมีจำนวนมากกว่า 630 ล้านบาท และจะให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด เป็นผู้บริหารจัดการเงินกองทุนดังกล่าวเพื่อให้เกิดผลตอบแทนครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนกลางในแต่ละปี ซึ่งหาก บลจ.บัวหลวงทำผลตอบแทนได้เพียง 7% ต่อปี นิติบุคคลฯ ก็สามารถจะใช้ผลตอบแทนที่ได้ประมาณ 40 ล้านบาทต่อปี มาดูแลโครงการทั้งหมดได้อย่างสบาย” นายชนก กล่าว
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ