แฟรี่บริดจ์ โฮลดิ้งเกาะกระแสธุรกิจบูมรับเออีซี ทุ่ม 1,500 ล้านบาท ผุดศูนย์ค้าส่งสินค้าแฟชั่นครบวงจรทันสมัยสุดในภาคอีสานในอุดรฯ คาดเปิดให้บริการช่วงต้นปี 57
นางสาวปัญจพร พัฒนพิฑูรย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฟรี่บริดจ์ โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่าจากการศึกษาตลาดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาพบว่าอุดรธานีเป็น 1 ในจังหวัดใหญ่ของภาคอีสานที่มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจ โดยเป็นศูนย์กลางการค้า และบริการของภาคอีสานตอนเหนือ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของภาคอีสาน บวกกับกำลังซื้อที่สูง ทำให้บริษัทตัดสินใจพัฒนาโครงการ “168 แพลตินั่ม” เป็นศูนย์การค้าส่งแฟชั่นที่ทันสมัยและครบวงจรที่สุดในภาคอีสาน มูลค่าโครงการประมาณ 1,500 ล้านบาท
โครงการ 168 แพลตินั่ม ตั้งอยู่บนพื้นที่ 44 ไร่บนถนนบุญยาหาร ตำบลนาดี อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินประมาณ 3.5 กิโลเมตร ประกอบด้วยร้านค้าส่งแฟชั่นจำนวน 1,168 ร้าน ขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 9 -13.50 ตารางเมตร รวมพื้นที่ใช้สอยกว่า 52,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นโซนแฟชั่นหญิง, แฟชั่นชาย, แฟชั่นเด็ก, เครื่องประดับ, เครื่องหนัง และพื้นที่สำหรับเช่าระยะสั้น ซึ่งแบ่งเป็นพื้นที่พลาซ่า, รีเทล และโซนปรับอากาศ ที่มีธนาคาร ศูนย์อาหาร และมีที่จอดรถรองรับกว่า 600 คัน
สำหรับการพัฒนาโครงการจะแบ่งออกเป็นเฟส เฟสแรก จำนวน 679 ร้าน ซึ่งปัจจุบันสามารถปิดการขายพื้นที่ไปได้แล้วกว่า 80% โดยมีผู้ประกอบการจากในจังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น รวมไปถึงจากกรุงเทพฯ ให้ความสนใจ และเฟส 2 จำนวน 489 ร้านค้า ซึ่งการขายพื้นที่จะเป็นรูปแบบสิทธิเช่าเป็นเวลา 10 ปี, 20 ปี และ 30 ปี
ทั้งนี้ นางสาวปัญจพร กล่าวว่ากลุ่มเป้าหมายของโครงการดังกล่าวจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงจากทั้งในจังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียง เช่น ขอนแก่น หนองคาย สกลนคร และหนองบัวลำภู เป็นต้น รวมไปถึงกลุ่มลูกค้าต่างชาติจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว เวียดนาม และกลุ่มลูกค้าชาวจีน ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มมากยิ่งขึ้นเมื่อมีการเปิดประเทศสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีในอีก 2 ปีข้างหน้า
ปัจจุบันโครงการได้เดินหน้าการก่อสร้างไปแล้วราว 40% และคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2556 และพร้อมเปิดให้บริการภายในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2557
“การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะเอื้อให้ธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีกขยายตลาดภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะการขยายตัวของการค้าตามแนวชายแดนที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปัจจุบัน การค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านมีการค้าขายผ่านแนวชายแดนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ของการค้าทั้งหมด เราจึงคาดว่าธุรกิจค้าส่งของไทยตามแนวชายแดนจะมีโอกาสขยายตัวอีกมากหลังเปิด AEC” นางสาวปัญจพร กล่าว
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่
ข่าวอื่นที่น่าสนใจ