แสนสิริเดินหน้าเพิ่มทุนเทียบเท่า Top3 อสังหาฯไทย

29 ก.ค. 2557

แสนสิริ ประกาศเพิ่มทุน พร้อมออกหุ้นลูก SIRI – W2 โดยเตรียมขออนุมัติผู้ถือหุ้น 12 กันยายน 2557 เพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทและเน้นการสร้างกำไรเพิ่มมากขึ้น เผยอนาคตยังคงเน้นพัฒนาโครงการในกรุงเทพฯ มากกว่าต่างจังหวัด 
 
นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติแผนการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทวานนี้ (28 กรกฎาคม 2557) จากเดิมจำนวน 11,615 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 19,824 ล้านบาท   โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 3,614,411,191 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1.07 บาท 
 
พร้อมกันนี้บริษัทได้อนุมัติออกใบสำคัญแสดงสิทธิ์ที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท หรือ warrant (SIRI-W2) จำนวนไม่เกิน 3,614,411,191  หน่วยให้กับผู้ถือหุ้นทุกรายในอัตราส่วน 3 หุ้นเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ์ โดยกำหนดใช้สิทธิ์ภายใน 7 ตุลาคม 2557 นี้ รวมทั้งจะมีการขออนุมัติมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 12 กันยายน 2557 
 
ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิ์ที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 1 (SIRI-W1) ต้องทำการใช้สิทธิ์แปลงเป็นหุ้นสามัญภายในวันที่ 30 กันยายน 2557 เพื่อใช้สิทธิ์จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทและรับใบสำคัญแสดงสิทธิ์ซื้อหุ้นสามัญของบริษัทครั้งที่ 2 (SIRI-W2) 
 
“การเพิ่มทุนจดทะเบียนในครั้งนี้ จะทำให้บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก โดยบริษัทมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การปรับตัวของแสนสิริน่าจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วยเช่นกัน เพราะนอกจากเราจะมีเงินทุนที่มากเพียงพอต่อการขยายธุรกิจที่อยู่อาศัยทั่วประเทศแล้ว ยังมีเงินทุนเพียงพอที่สามารถนำไปสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ ด้วยการลดสัดส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (Gearing Ratio) ลงจากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 2.14 เหลือ 0.8 – 1 เท่าใน 3 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่สะท้อนศักยภาพของการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งให้กับสถาบันการเงินต่างๆ รวมถึงสามารถดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในการเข้าร่วมลงทุนและเป็นพันธมิตรกับบริษัทได้เป็นอย่างดี ” นายเศรษฐา กล่าว 
 
สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทในช่วงต่อไป  บริษัทจะดำเนินการบริหารพอร์ตของโครงการทั้งหมดให้มีความสมดุลมากขึ้น อาทิ ปรับสัดส่วนของโครงการในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเป็น 80% : 20% ซึ่งคาดว่าจะเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมกับแผนที่วางไว้ โดยตลาดในพื้นที่กรุงเทพฯ  นั้นยังมีอีกหลายทำเลที่มีความต้องการชัดเจน อาทิ กรุงเทพฯ โซนเหนือ โซนตะวันออก และโซนตะวันตก เป็นต้น  
 
เรื่องข้างต้นนี้เขียนโดย กาญจนา พาหา บรรณาธิการ DDproperty.com หากมีคำถามเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ kanchana@ddproperty.com   
 
The Buyers' Guide 
 
อัพเดทข่าวในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ ทางอีเมลส่งตรงจากเว็บไซต์อสังหาฯ อันดับ 1 ของเมืองไทยฟรี สมัครได้ที่นี่   
 
 
 
 
 
เขียนความเห็น