จากเหตุการณ์รถยนต์ประสบอุบัติเหตุตกลงมาจากอาคารจอดรถภายใน ซ.ไผ่สิงโต ถ.พระราม 4 จนมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย เมื่อไม่นานมานี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายครั้งและสร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก สาเหตุส่วนหนึ่งนอกเหนือจากความประมาทของผู้ขับขี่แล้วคือกฎหมายควบคุมอาคารของประเทศไทยยังไม่ได้กำหนดค่าแรงกระแทกที่ใช้ในการออกแบบแผงกั้นรถยนต์
อาคารจอดรถในไทยจำนวนมากไม่ได้มาตรฐาน
เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สภาวิศวกรได้นำคณะผู้ชำนาญการสาขาโยธาสภาวิศวกรลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบความแข็งแรงของแผงกั้นรถยนต์ใน ซ.ไผ่สิงโต พบว่า สาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุเนื่องจากแผงกั้นไม่สามารถต้านแรงกระแทกได้ ซึ่งอาจเกิดจาก 1. แรงกระแทกมากเกินไปจากการเร่งเครื่องยนต์ของผู้ขับขี่เอง และ 2. แผงกั้นอาจไม่ได้มาตรฐานในด้านความแข็งแรงต่อแรงกระแทก
ทั้งนี้ ปัจจุบันกฎหมายควบคุมอาคารยังไม่ได้กำหนดค่าแรงกระแทกที่ใช้ในการออกแบบแผงกั้นรถยนต์ จึงทำให้อาคารจอดรถยนต์จำนวนมากในประเทศไทยไม่มีมาตรฐานและอาจแข็งแรงไม่พอ โดยอาคารจอดรถในประเทศไทย สามารถจัดกลุ่มแผงกั้นรถยนต์ที่มีความเสี่ยงอันตรายไว้ 4 ประเภท ได้แก่
1. แผงกั้นรถยนต์ที่ทำจากคอนกรีตเสริมเหล็กที่ออกแบบไม่ได้มาตรฐาน เช่น ผนังบางเกินไป หรือเหล็กเสริมน้อยเกินไป
2. แผงกั้นรถยนต์ที่ทำจากผนังอิฐมอญ อิฐบล็อก หรืออิฐมวลเบาที่ไม่ได้เสริมเหล็ก
3. แผงกั้นรถยนต์ที่ทำจากผนังคอนกรีตสำเร็จรูปที่ใช้จุดยึดเชื่อมต่อเพียงแค่ 2-3 ตำแหน่ง
4. แผงกั้นรถยนต์ชนิดเส้นหรือตาข่ายโลหะที่ไม่ได้มาตรฐานตามที่ผู้ผลิตกำหนดหรือไม่ผ่านการทดสอบ
3 จุดเสี่ยงบนอาคารจอดรถ
บริเวณที่อาจเกินอันตรายได้มากที่สุดในอาคารจอดรถมีอยู่ 3 แห่งด้วยกัน คือ 1. บริเวณที่รถยนต์ถอยหลังเข้าจอด 2. บริเวณปลายทางวิ่ง 3. บริเวณทางวิ่งขึ้นลงระหว่างชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นบริเวณปลายทางวิ่งที่มีระยะทางเกิน 20 เมตรขึ้นไป ยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น เนื่องจากรถยนต์ที่กำลังวิ่งจะเพิ่มความเร็วขึ้นตามระยะทางในขณะที่มีค่าอัตราเร่งที่สูงจะทำให้เกิดโมเมนตัมหรือแรงอิมแพคปะทะกับที่กั้นรถยนต์ที่ปลายทางวิ่ง ซึ่งหากที่กั้นรถยนต์ออกแบบไม่แข็งแรงพอ ย่อมจะเป็นอันตรายและเสี่ยงที่จะตกลงไปกระแทกพื้นข้างล่าง
เปรียบเทียบมาตรฐานต่างประเทศ
ในต่างประเทศจะมีมาตรฐาน IBC2006 (International Building Code) และ AS/NZS2890.1 ในการควบคุมแผงกั้นรถยนต์ เช่น ประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งกำหนดว่าแผงกั้นรถยนต์ต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 1.3 เมตร และต้องออกแบบให้ทนต่อแรงกระแทกได้อย่างน้อยเท่ากับ 3 ตัน สำหรับแผงกั้นทั่วไป และ 24 ตัน สำหรับแผงกั้นที่ปลายทางวิ่งที่มีระยะทางเกิน 20 เมตร และที่มีการเคลื่อนที่ของยานพาหนะภายในอาคาร
เสนอรัฐใช้ 3 มาตรการหยุดปัญหารถตกอาคาร
สภาวิศวกรได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยให้ภาครัฐดำเนินการ 3 มาตรการ ดังนี้
1. กรมโยธาธิการและผังเมือง ออกกฎกระทรวงหรือกฎหมายอื่นภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ระบุให้อาคารต้องออกแบบแผงกั้นรถยนต์รับแรงกระแทกจากรถยนต์ (โดยระบุค่าแรงกระแทกที่ใช้ออกแบบ)
2. สภาวิชาชีพ/สมาคมวิชาชีพ/หน่วยงานรัฐ เร่งออกมาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างแผงกั้นรถยนต์ตกตาม
มาตรฐานในต่างประเทศ
3. หน่วยงานท้องถิ่น เช่น กรุงเทพมหานครสุ่มตรวจความแข็งแรงของแผงกั้นรถยนต์ในอาคารต่าง ๆ ที่อยู่ภายในท้องที่ของตัวเอง
ปัญหารถยนต์ตกอาคารเป็นปัญหาที่ใหญ่มาก เนื่องจากกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่รถยนต์ภายในอาคาร แม้การออกกฎหมายควบคุมจะเหมือนเป็นการล้อมคอกภายหลังที่วัวหายแล้ว แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยจนเกิดเหตุสลดไม่รู้จบสิ้นแบบนี้ไม่เรื่อยๆ
อัพเดท ข่าวอสังหาริมทรัพย์ สดใหม่ทุกวัน พร้อมส่งตรงถึงอีเมล์ของคุณฟรี สมัครได้ที่นี่ หรือหากคุณกำลังมองหาบ้านคอนโด ก็สามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน
