ใครได้ประโยชน์: มาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาฯ ปี 62

14 พ.ค. 2562

จากปัจจัยท้าทายที่ทำให้ตลาดอสังหาฯ มีแนวโน้มชะลอตัว ทำให้รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาฯ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในปี 2562

แม้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 ที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะสะท้อนภาพบวก ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลจากการเร่งทำกิจกรรมการตลาดของผู้ประกอบการในการเร่งระบายที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จรอขายก่อนมาตรการควบคุมคุณภาพสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือ LTV ที่มีผลบังคับใช้ไปเมื่อ 1 เมษายน 2562 แต่ยังมีอีกหลายปัจจัยท้าทายที่ทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีแนวโน้มชะลอตัว หลายโครงการเปิดตัวใหม่มียอดขายไม่เป็นไปตามเป้า ผู้ประกอบการต้องใช้ระยะเวลาปิดโครงการนานกว่าที่ผ่านมา

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อผู้บริโภคบ้าง

รัฐออกมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ เอื้อคนอยากมีบ้าน

จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยของกระทรวงการคลัง เป็นมาตรการที่เจาะจงเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อที่มีความต้องการซื้อเพื่อการอยู่อาศัยจริง และเป็นผู้ซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรกในระดับราคาที่ไม่สูง รวมถึงมาตรการเฉพาะที่ช่วยแบ่งเบาภาระรายจ่ายในการซื้อที่อยู่อาศัยของกลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อย-ปานกลาง ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีฐานตลาดค่อนข้างใหญ่

1. มาตรการทางภาษี สำหรับกลุ่มผู้ซื้อที่เสียภาษี โดยเป็นการซื้อที่อยู่อาศัยหลังแรก เพื่อเป็นการซื้ออยู่อาศัยจริงในราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท สามารถนำมาเป็นค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามจำนวนจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 200,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 29 เมษายน-31 ธันวาคม 2562

2. มาตรการช่วยบรรเทาภาระรายจ่ายของผู้ซื้อที่อยู่อาศัย สำหรับผู้ซื้อที่อยู่อาศัยที่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อหน่วย ได้แก่

  • ลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ซื้อที่อยู่อาศัยให้เหลือ 0.01% จากอัตราปกติที่ 2.0% ของราคาประเมินทุนทรัพย์
  • ลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์ ให้เหลือ 0.01% จากอัตราปกติที่ 1.0% ของมูลค่าจดจำนอง
    มีงบจำกัดซื้อที่อยู่อาศัยจำกัด รัฐช่วยแบ่งเบา

โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาถึงวันที่ 31 พฤภาคม 2563

Homeloan

เจาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง ช่วยลดค่าทำธุรกรรม 99.3%

โดยผู้ที่ซื้อที่อยู่อาศัยกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มที่อาจมีงบประมาณจำกัดในการซื้อที่อยู่อาศัย และมีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจมากกว่ากลุ่มอื่น มาตรการนี้น่าจะช่วยในการแบ่งเบาภาระรายจ่ายในการทำธุรกรรมการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยได้ระดับหนึ่ง

ยกตัวอย่างเช่น กรณีที่ราคาที่อยู่อาศัย 1 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ซื้อที่อยู่อาศัยและค่าธรรมเนียมการจดจำนอง ภายใต้มาตรการดังกล่าวนี้ ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยจะชำระค่าธรรมเนียมเป็นจำนวนเงิน 200 บาท จากปกติที่ต้องชำระค่าธรรมเนียมเป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายประมาณ 99.3% ของค่าใช้จ่ายในการทำธุรกรรม

ทั้งนี้ ภาระค่าใช้จ่ายที่ลดลงนั้น ผู้ซื้อสามารถนำไปซื้อสินค้าตกแต่งที่อยู่อาศัย ซึ่งจะช่วยให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกทางหนึ่งด้วย

บ้านรอขาย-สร้างเสร็จได้อานิสงส์

ผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากมาตรการกระตุ้นเศรษกิจอสังหาริมทรัพย์นี้ จะเป็นกลุ่มผู้ที่มีความพร้อมทางการเงินที่กำลังตัดสินใจจะซื้อที่อยู่อาศัย และกลุ่มที่กำลังจะโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้มาตรการกระตุ้นเศรษกิจอสังหาริมทรัพย์จะเป็นผลดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยนอกจากผู้ซื้อแล้ว ในส่วนของผู้ประกอบการที่พัฒนาที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ที่มีจำนวนที่อยู่อาศัยรอขายสะสมและที่กำลังจะก่อสร้างเสร็จในปีนี้ก็จะได้รับอานิสงส์ไปด้วย

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาที่อยู่อาศัยรอขายในตลาด พบว่า ที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท มีสัดส่วนประมาณ 78% ของจำนวนที่อยู่อาศัยที่รอขายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

Home loan

จับตา 5 ปัจจัยท้าทาย กระทบการตัดสินใจซื้อและลงทุน

ในช่วงที่เหลือของปี 2562 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายและแรงกดดันหลายด้านที่อาจทำให้การเติบโตของความต้องการอสังหาริมทรัพย์อ่อนตัวลงกว่าในปีที่ผ่านมา ได้แก่

1. ภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจซื้อของผู้ที่จะซื้อที่อยู่อาศัย

2. ภาวะกำลังซื้อของครัวเรือนที่ฟื้นตัวยังไม่ทั่วถึง ท่ามกลางความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ปานกลาง-ล่างที่ลดลงจากภาระรายจ่ายในชีวิตประจำวันที่สูงขึ้น

3. ราคาที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยที่กำลังซื้อของผู้ซื้อไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นตาม

4. จำนวนที่อยู่อาศัยรอขายสะสมในตลาดยังทรงตัวในระดับสูง

5. มาตรการควบคุมคุณภาพสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารแห่งประเทศไทย

TOP Special 2017

แม้ว่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการบางรายจะมีการระบายที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จรอขายออกไประดับหนึ่งแล้ว แต่ยังมีจำนวนที่อยู่อาศัยรอขายที่กำลังก่อสร้างที่จะทยอยเข้าสู่ตลาดในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยคาดว่าที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2562 จะมีจำนวนประมาณ 110,000-115,000 หน่วย หดตัวประมาณ 5.2-9.5% จากปี 2561

ขณะที่การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งปี 2562 มีโอกาสที่จะหดตัวลง แม้ว่าในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลจะเติบโตประมาณ 13.6% (YoY) แต่คาดว่าในช่วงที่เหลือของปี 2562 การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลน่าจะกลับมาหดตัวลง ทำให้ทั้งปี 2562 การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลน่าจะหดตัวประมาณ 10.0%-13.9% หรือมีจำนวนประมาณ 169,300-177,000 หน่วย

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย ลดภาษีและค่าธรรมเนียมการโอนที่ช่วยแบ่งเบาภาระ ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้นนี้ จะส่งผลต่อผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อ และมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว ให้ตัดสินใจซื้อเร็วขึ้น ทำให้มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ในช่วงที่มีมาตรการกระตุ้นเพิ่มขึ้นชัดเจน

นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระของผู้ประกอบการ ที่สามารถจะระบายสต็อกที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จเหลือขายในมือออกไปได้มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังส่งผลดีไปเชื่อมโยงไปถึงภาคธุรกิจอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่จะขับเคลื่อนไปได้อีกด้วย

 

ติดตามทุกเรื่องราวเกี่ยวกับอสังหาฯ โดยสามารถเลือกชม โครงการใหม่ พร้อม รีวิวโครงการคอนโดใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคาได้เช่นกัน หรือดาวน์โหลดรายงานดัชนีอสังหาริมทรัพย์และรายงานภาพรวมตลาดอสังหาฯ จากเรา เพื่อช่วยเพิ่มมุมมองในทุกมิติของการซื้อ–ขาย–เช่า 

เขียนความเห็น

ข่าว-บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

4 เทรนด์เด่นของอสังหาฯ ที่น่าสนใจ

ปี 2562 ยังคงเป็นปีที่ค่อนข้างยากลำบาก สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้

อ่านต่อ8 พ.ค. 2562