เร่งฟื้นเศรษฐกิจ ชงปลดล็อกให้สิทธิต่างชาติซื้อบ้าน ถือครองที่ดิน ดึงนักลงทุน ดันตลาดอสังหาฯ ราคา 10-20 ล้าน มาตรการตรึงค่าไฟฟ้าปี 66 และเปิดตัวต้นแบบสถานีอัจฉริยะ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ DDproperty รวบรวมมาให้อัปเดตที่นี่
1. เผยต่างชาติถือครองที่ดินในไทย ไม่เกิน 1 ไร่ มีกี่ราย
กรมที่ดิน พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการให้สิทธิในการถือครองที่ดินของคนต่างชาติ ได้ข้อสรุปว่า กฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีความเหมาะสม
การกำหนดแนวทางเพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุน เห็นควรดำเนินการเพียงแค่การปรับปรุงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขสำหรับการให้สิทธิในการขอถือครองที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยให้รองรับเฉพาะชาวต่างชาติ 4 กลุ่ม ที่ได้รับสิทธิ LTR Visa เท่านั้น
ร่างกฎกระทรวงการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย พ.ศ. … ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565
มีหลักเกณฑ์รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยในส่วนที่แตกต่างจากกฎกระทรวงปัจจุบันที่ให้สิทธิชาวต่างชาติ ในเรื่องกำหนดให้ใช้สำหรับคนต่างชาติที่มีศักยภาพสูง 4 กลุ่มดังกล่าว ที่ได้สิทธิวีซ่าพำนักระยะยาว หรือ LTR Visa
ภายใต้เงื่อนไขต้องนำเงินมาลงทุนไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท ในธุรกิจหรือกิจการตามที่ร่างกฎกระทรวงกำหนด และต้องคงการลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี ถึงจะสามารถยื่นเรื่องขอใช้สิทธิถือครองที่ดินเพื่ออยู่อาศัยไม่เกิน 1 ไร่ ภายในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา เขตเทศบาล หรืออยู่ภายในบริเวณที่กำหนดเป็นเขตที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง
โดยจะมีผลใช้บังคับเพียงแค่ 5 ปี และขณะนี้ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้ยังต้องผ่านขั้นตอนการตรวจพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อน
การให้สิทธิในการถือครองที่ดินจำกัดเฉพาะการใช้เพื่อเป็นที่อยู่อาศัยรายละไม่เกิน 1 ไร่ หากได้รับสิทธิครบ 1 ไร่แล้ว ต่อมาได้มีการขายที่ดินไปทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน แม้จะมีการลงทุนเพิ่มเติมตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดก็จะไม่สามารถขอใช้สิทธิดังกล่าวได้อีก หากชาวต่างชาติรายใดไม่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจสั่งให้จัดการจำหน่ายที่ดินนั้นได้
สำหรับข้อมูลคนต่างชาติที่ขอใช้สิทธิถือครองที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยตามกฎกระทรวง พ.ศ.2545 และยังใช้อยู่จนถึงขณะนี้มีจำนวนรวม 8 ราย โดยแต่ละรายใช้สิทธิไม่เกิน 1 ไร่
สรุปข่าวจากผู้จัดการ: กรมที่ดินแจงหลักเกณฑ์ดึงต่างชาติซื้อบ้าน-ที่ดิน ย้ำใช้สิทธิรวมแค่ 1 ไร่
2. ชงปลดล็อกต่างชาติ ซื้อบ้านได้ 49% ของจำนวนยูนิตในโครงการ
สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมรายละเอียดทำหนังสือถึงรัฐบาลให้ออกมาตรการสนับสนุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการปลดล็อกให้สิทธิต่างชาติสามารถซื้อบ้านจัดสรรได้ 49% ของจำนวนยูนิตในโครงการ เหมือนกับโครงการคอนโดมิเนียมที่ซื้อได้ 49% ของพื้นที่โครงการ
หากรัฐบาลยังมีข้อกังวลว่าจะกระทบต่อผู้ซื้อในประเทศ สามารถกำหนดเป็นเฉพาะพื้นที่ที่ต่างชาติอาศัยอยู่จำนวนมากได้ เช่น พัทยา ภูเก็ต พร้อมกำหนดระยะเวลาดำเนินการ เช่น 5 ปี รวมถึงขอให้รัฐขยายระยะเวลาการเช่าที่ดินจาก 30 ปี เป็น 50 ปี
ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นคนละมาตรการของกระทรวงมหาดไทยที่ดึงต่างชาติกลุ่มมั่งคั่งที่ลงทุน 40 ล้านบาท สามารถซื้อบ้านพร้อมที่ดินได้ไม่เกิน 1 ไร่ และเป็นมาตรการเพิ่มเติมจากขยายเวลาลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองและมาตรการ LTV จะสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565
อัปเดตมาตรการรัฐ ซื้อบ้าน 2565 มาตรการไหนเหมาะสำหรับคุณ
การขยายเวลาลดค่าธรรมเนียมการโอนต่ออีก 1 ปี จะได้ผลในแง่ของจิตวิทยา ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้ระดับหนึ่ง แต่การให้ต่างชาติสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ จะสร้างเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากกว่า เพราะต่างชาติต้องการจะมาซื้อบ้านที่ไทยจำนวนมาก
ปัจจุบันมีต่างชาติซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศไทยในหลายรูปแบบ เช่น ตั้งบริษัทไทย หรือนิติบุคคล โดยมีคนไทยถือหุ้น 51% ล่าสุดที่จ.อุดรธานี มีคนจากสปป.ลาว มาซื้อโครงการบ้านจัดสรร ระดับราคา 3-5 ล้านบาท เพื่ออยู่อาศัยจำนวนมาก หากรัฐปลดล็อกให้ซื้อบ้านแนวราบได้จะเพิ่มแรงซื้อได้มากยิ่งขึ้น
3. ดันตลาดบ้าน คอนโด ราคา 10-20 ล้าน ดึงกำลังซื้อนักลงทุน
สมาคมอาคารชุดไทย เผยภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ 2565 ถือว่าเป็นปีที่ดี คาดจะเติบโตได้ 15% จากปีที่ผ่านมา ทั้งบ้านและคอนโด ต่อเนื่องไปถึงปี 2566 ที่ประเมินว่าตลาดจะมีมูลค่ารวม 450,000 ล้านบาท เท่ากับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19
การกลับมาฟื้นตัวมาจากปัจจัยบวกหลายอย่าง รวมถึงการกลับเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมทั้งผลลัพธ์จากนโยบายวีซ่าผู้พำนักระยะยาว (LTR) 10 ปี และการปลดล็อกให้ต่างชาติซื้อบ้านและที่ดินไม่เกิน 1 ไร่ แลกลงทุน 40 ล้านบาท โดยต้องลงทุนไม่น้อยกว่า 3 ปี และหากประเทศจีนเปิดประเทศในปีหน้า จะเป็นแรงผลักที่สำคัญในการหนุนให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นกลับมาเหมือนเดิมได้เร็วขึ้น
โดยคาดว่าระยะเวลา 2-3 เดือนจากนี้ จะมีผลทางปฏิบัติ โดยเฉพาะกลุ่มบ้านราคาตั้งแต่ 10-20 ล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดที่เหมาะกับกลุ่มนักลงทุนที่มีเงินมาลงทุน 40 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นนโยบายที่ดีในการดึงการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ กองรีทต่าง ๆ ประเมินว่าหนึ่งครอบครัวจะสร้างรายได้ใหม่ให้กับประเทศไทย เฉลี่ย 80 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 10 ปี
ค้นหาบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ ราคาไม่เกิน 20 ล้านบาทขึ้นไป
ในส่วนของคอนโด ปัจจุบันต่างชาติสามารถซื้อได้อยู่แล้วไม่เกิน 49% แต่เชื่อว่าตลาดคอนโดจะพลิกกลับมาจากการเปิดประเทศของประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย โดยปัจจุบันฮ่องกงที่เป็นท็อป 3 ก็เริ่มกลับมาแล้ว ขณะที่ประเทศจีนอาจเปิดประเทศในต้นปีหน้า จะทำให้ตลาดรีสอร์ท คอนโด โดยเฉพาะภูเก็ต พัทยา คึกคัก
ขณะที่ตลาดรัสเซียเริ่มกลับมาค่อนข้างมาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะในประเทศมีปัญหาสงคราม จึงอยากมาอยู่เมืองไทย นอกจากนี้ยังมีสิงคโปร์ ยุโรป และไต้หวัน
ปัจจุบัน สัดส่วนของลูกค้าต่างชาติที่เข้ามาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ประมาณ 5-7% ซึ่งต่ำกว่าก่อนหน้านี้ที่เคยมีสัดส่วนสูงสุดอยู่ที่ 20% ในปี 2561 แต่คาดว่าปีหน้าจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาเป็น 10% ซึ่งจะเป็นแรงหนุนสำคัญผลักดันตลาดอสังหาริมทรัพย์ และภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ
สรุปข่าวจากกรุงเทพธุรกิจ: อสังหาฯเชื่อ ปี 66 ฟื้นตัวมูลค่าตลาด 4.5 แสนล้าน
4. ตรึงค่าไฟฟ้างวดแรก ม.ค.-เม.ย. 66 ที่ 4.72 บาท/หน่วย
กระทรวงพลังงาน เตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ เดือนพฤศจิกายน 2565 ออกมาตรการบรรเทาผลกระทบราคาพลังงาน พร้อมตรึงค่าไฟฟ้างวดแรกปี 2566 (มกราคม-เมษายน) ไว้ที่ 4.72 บาทต่อหน่วย
นอกจากนี้ จะส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อลดการใช้น้ำมัน ซึ่งจากข้อมูลช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 ยอดซื้อรถ EV เพิ่ม 223% หรือ อยู่ที่ 13,298 คัน คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) ได้อยู่ระหว่างจัดทำมาตรการสนับสนุนให้เกิดการลงทุนผลิตแบตเตอรี่ในประเทศ เพื่อลดต้นทุนรถ EV ให้ประชาชนเข้าถึงรถ EV ได้ง่ายขึ้น รวมถึงดูแลเรื่องของการจัดทำระบบชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน เพื่ออำนวยความสะดวก
รถไฟฟ้า EV กับ 5 วิธีชาร์จไฟบ้านอย่างไรให้ประหยัดและปลอดภัย
ขณะเดียวกัน 3 การไฟฟ้า ประกอบด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ยังได้เร่งประสานงานจัดทำเรื่องข้อมูลเชื่อมโยงการใช้แอปพลิเคชันรองรับการใช้งานรถ EV ที่หลากหลายยี่ห้อ ให้สามารถเชื่อมฐานข้อมูลทั้งระบบ และในช่วงกลางปี 2566 การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ จะเริ่มจัดทำระบบชำระค่าบริการชาร์จไฟฟ้าของรถ EV ที่ชำระร่วมกันได้
สรุปข่าวจากข่าวหุ้น: ก.พลังงาน เล็งชง “กพช.” พ.ย.นี้ ออกมาตรการบรรเทา “พลังงาน-ตรึงค่าไฟ”
5. เปิดตัวสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ต้นแบบสถานีอัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียน
กระทรวงคมนาคม วางเป้าหมายให้สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ หรือสถานีกลางบางซื่อ เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและการขนส่งทางรางที่ใหญ่ที่สุดของประเทศและศูนย์กลางระบบรางที่ใหญ่สุดในอาเซียน ครอบคลุมทุกบริการระบบราง เชื่อมต่อทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ล่าสุด เปิดตัวเป็นต้นแบบสถานีอัจฉริยะ 5G (5G Smart Station) แห่งแรกในอาเซียน
โดยได้นำระบบ 5G และเทคโนโลยีดิจิทัลล้ำสมัยมาใช้ ตอบโจทย์ประชาชนผู้ใช้บริการในยุคดิจิทัล ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการ 5G ได้อย่างเท่าเทียม เสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยด้านการคมนาคมของประเทศ ระยะแรก ประกอบด้วย 3 นวัตกรรมหลัก
1) หุ่นยนต์ต้อนรับ SRT Bot 6 ตัว ให้บริการช่วยเหลือผู้โดยสาร ทั้งบริการข้อมูลการเดินทาง นำทางในสถานี แนะนำและเส้นทางการท่องเที่ยว สามารถโต้ตอบได้แบบเรียลไทม์ ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ พร้อมช่วยสอดส่องดูแลความปลอดภัยภายในสถานี
2) รถเข็นอัจฉริยะ (วีลแชร์) 7 คัน มีระบบ Automation ให้บริการช่วยเหลือผู้สูงอายุ และผู้ทุพพลภาพ สามารถเคลื่อนที่ส่งไปยังพื้นที่เป้าหมายอัตโนมัติ ควบคุมง่ายด้วยระบบสัมผัสผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์
มีความปลอดภัยด้วยระบบเซ็นเซอร์ แจ้งเตือนเมื่อเข้าใกล้สิ่งของต่าง ๆ และหยุดเมื่อถึงระยะที่ใกล้เกินกำหนด พร้อมปุ่มสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ทันที
3) กล้องวงจรปิดอัจฉริยะ (AI Security) 121 ตัว เชื่อมต่อกล้องวงจรปิดทั่วทั้งสถานี มีความพิเศษมากกว่ากล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้เดิม อาทิ สามารถตรวจจับคนเดินล้ำเส้นเหลืองบนชานชาลา รวมถึงวิเคราะห์ผู้โดยสารที่มีความเสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุ (คนเป็นลม/ชัก)
โดยจะส่งสัญญาณไปยังเจ้าหน้าที่แบบเรียลไทม์ และส่งเสียงแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ หรือสั่งหยุดรถไฟกรณีเหตุฉุกเฉิน เป็นต้น
ทั้ง 3 นวัตกรรมใช้งบประมาณและบำรุงรักษา 45 ล้านบาท พร้อมเปิดบริการสำหรับผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีแดงก่อนภายในเดือนตุลาคม 2565 นี้ จากนั้นจะขยายการให้บริการเต็มระบบทั่วทั้งสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เพื่อรองรับประชาชนที่มาใช้รถไฟทางไกล ที่จะเปิดให้บริการภายในเดือนธันวาคม 2565
สรุปข่าวจากเดลินิวส์: ที่นี่ “สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์” สถานีอัจฉริยะแห่งแรกในอาเซียน
สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

