LTV ไม่ได้ส่งผลต่อการซื้ออสังหาฯ ?

9 เม.ย. 2562

มาตรการคุมสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมไปถึงความผันผวนทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง ข้อกังวลใหญ่ที่หลายฝ่ายคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์

จากยอดสรุปการจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดฯ ครั้งที่ 40 ระหว่างวันที่ 21-24 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับการจัดงานครั้งที่ 39 พบว่ามีผู้ลงทะเบียนและเข้าชมงานเพิ่มขึ้น 11.84% มียอดขายเพิ่มขึ้น 10.58%

โดยมียอดจองซื้อในงานสำหรับที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียม 52.20% รองลงมาคือบ้านเดี่ยว 16.87% ทาวน์เฮ้าส์ 10.71% ที่เหลือเป็นสินค้าประเภทที่ดินเปล่าและอื่น ๆ 9.31% และมียอดลูกค้าขอสินเชื่อภายในงานเกิน 10,000 ล้านบาท รวมถึงมีผู้ตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยในงานเป็นกลุ่มที่ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงถึง 80% ส่วนอีก 20% ซื้อเพื่อการลงทุน

จากปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้บ่งบอกได้ว่ามาตรการ LTV-loan to value หรือมาตรการคุมสินเชื่อของธนาคารแห่งประเทศไทยรวมไปถึงความผันผวนทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง ไม่ได้เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคกลุ่มนี้มากนัก

เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความต้องการจริง ขณะเดียวกันสินค้าที่มีในตลาดตรงกับความต้องการของผู้ซื้อ ส่วนมาตรการคุมสินเชื่อก็เน้นไปที่บ้านราคาเกิน 10 ล้านบาท และบ้านหลังที่ 2 

LTV ddproperty

อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีปริมาณความต้องการอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ก็ยังคงต้องเจอกับการแข่งขันที่เข้มงวดขึ้น ทั้งจากเหตุที่มีผู้ประกอบการในตลาดจำนวนมาก พฤติกรรมผู้บริโภครวมถึงเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจมีผลต่อต้นทุนการพัฒนาโครงการ รวมถึงปัจจัยที่ต้องพึงระวังอีกหลายด้าน อาทิ ค่าแรงขั้นต่ำที่อาจจะมีการปรับขึ้นอีกระลอก ต้นทุนอัตราดอกเบี้ย ราคาที่ดินที่สูงขึ้นโดยเฉพาะตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า รวมถึงการปรับปรุงผังเมืองใหม่ในทุกจังหวัดที่อาจส่งผลให้มีข้อจำกัดในการพัฒนาโครงการมากขึ้น

ดังนั้น นอกจากจะต้องพัฒนาโครงการให้ตอบโจทย์ได้กับทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ทางผู้ประกอบการเองก็ต้องมองหากิมมิคใหม่ ๆ ในการที่จะช่วยสร้างความน่าสนใจให้กับโครงการของตัวเอง

แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด ท้าชนความท้าทายของตลาดอสังหาฯ

Hyatt Regency Sukhumvit photo

วันนี้เราจะขอยกเคสตัวอย่างส่วนของ บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ที่เป็นผู้ประกอบการที่มีแผนการเผชิญหน้ากับความท้าทายของตลาดอสังหาฯ ในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี

โดยปีนี้จะมีรายได้หลักจากธุรกิจโรงแรม ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำรายได้ถึง 3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,700 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา เป็นผลจากที่โรงแรมรอยัล ออร์คิด เชอราตัน มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นมาก โดยส่วนหนึ่งได้อานิสงส์จากการเปิดไอคอนสยาม ริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามกับโรงแรม ทำให้จำนวนผู้เข้าพักเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกา จีน รวมถึงชาวไทย ส่งผลให้ปัจจุบันโรงแรมมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 80%

อีกทั้งยังมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเปิดโครงการใหม่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรงแรม “ไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพ สุขุมวิท” ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท ติดสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสนานา, “สเปคทรัม เลาจน์ แอนด์ บาร์” รูฟท็อปบาร์แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ รวมถึงมีพื้นที่จัดประชุมและจัดงานกว่า 1,359 ตารางเมตร 

Hyde Heritage Thonglor photo

นอกจากนั้นในส่วนของโครงการที่พักอาศัยก็มี  “ไฮด์ เฮอริเทจ ทองหล่อ” คอนโดมิเนียมสูง 45 ชั้น ติดถนนใหญ่สุขุมวิท ระหว่างสถานีบีทีเอสทองหล่อและเอกมัย โดยอยู่ห่างจากสถานีบีทีเอสทองหล่อเพียง 300 เมตร ราคาขายเริ่มต้น 10.9 ล้านบาท ที่มีแผนนำโครงการไปโรดโชว์ในประเทศโซนเอเชีย ได้แก่ ฮ่องกง สิงคโปร์ โตเกียว และเซี่ยงไฮ้ เพื่อเพิ่มยอดขายจากนักลงทุนต่างประเทศ

ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจากคอนโดฯ ทำเลทองหล่อยังคงเป็นที่ต้องการของทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ และเป็นกลุ่มเรียลดีมานด์ โดยโครงการดังกล่าวเป็นการร่วมทุนกับ ซูมิโตโม ฟอเรสทรี ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จในปี 2563 สนใจข้อมูลเพิ่มเติม https://www.grandeasset.com 

ติดตามทุกเรื่องราวเกี่ยวกับอสังหาฯ โดยสามารถเลือกอ่าน เจาะลึกทำเลผ่าน AreaInsider หรือดาวน์โหลดรายงานดัชนีอสังหาริมทรัพย์และรายงานภาพรวมตลาดอสังหาฯ จากเรา เพื่อช่วยเพิ่มมุมมองในทุกมิติของการซื้อ–ขาย–เช่า 

เขียนความเห็น

ข่าว-บทความอื่นๆ ที่คุณอาจสนใจ

ผลสำรวจชี้ 7 ประเด็น: ผู้มีรายได้น้อย วอนรัฐ-เอกชนช่วยมีบ้านหลังแรก

การมีบ้านสักหลัง อาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น

อ่านต่อ2 เม.ย. 2562

พระราม 4 บูม “มิกซ์ยูส” ดันศูนย์กลางธุรกิจเทียบชั้นสุขุมวิท

การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน เปลี่ยนผันไปตามเทรนด์ "มิกซ์ยูส" โดย

อ่านต่อ4 เม.ย. 2562